กล้องวงจรปิด CCTV | เว็บบอร์ด ศูนย์รวมข้อมูลด้านกล้องวงจรปิด
สิงหาคม 26, 2019, 03:14:04 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ThaiCCD.Com ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ เว็บบอร์ดกล้องวงจรปิด CCTV ^^
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8
91  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความ ข่าวสารด้าน กล้องวงจรปิด CCTV / โจรชุมทำธุรกิจค้า "กล้องวงจรปิด" แปดริ้วเฟื่อง เมื่อ: มิถุนายน 08, 2012, 11:00:24 pm
ฉะเชิงเทรา - ผลพวงโจรเมืองแปดริ้วชุมจัด ทำธุรกิจค้า บริษัทรับติดตั้งกล้องวงจรปิด เฟื่องฟู เผยยอดขายพุ่งเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่องนับร้อยรายต่อเดือน จนติดตั้งได้ไม่ทันตามความต้องการ ทำลูกค้าต้องรอคิวยาวนานนับเดือน ระบุ ชาวบ้านอบอุ่นใจมากกว่าตู้แดงของตำรวจสายตรวจ


      
       วันนี้ (8 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายธนกร ศิริโสดา อายุ 40 ปี ผู้จัดการร้านค้าจำหน่ายกล้องวงจรปิดพร้อมบริการติดตั้ง ร้านไอเดีย (ซีซีทีวี) แอนด์ ไอที เน็ตเวิร์ก จ.ฉะเชิงเทรา เลขที่ 28/73 ถ.ศรีโสธรตัดใหม่ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ขณะนี้ยอดการจำหน่ายกล้องวงจรปิดของทางร้านมียอดพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ามียอดการจำหน่ายได้สูงมากกว่าในช่วงเวลาปกติทั่วไป
      
    ยอดการจำหน่าย กล้องวงจรปิด ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ มียอดในแต่ละเดือนจำหน่ายได้ไม่ต่ำกว่า 100 เครื่อง (เครื่องบันทึกภาพ) ซึ่งมีลูกค้าทั้งรายใหญ่ (ระดับโรงงานผลิตรถยนต์ชื่อดัง) และรายย่อย โดยหากเป็นลูกค้ารายใหญ่ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ตามตึก หรือคอนโดฯ และห้างสรรพสินค้า ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ นั้น จะใช้เวลาในการติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายวัน แต่หากเป็นบ้านเรือนพักอาศัยนั้น จะติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ทางร้านมีช่างไว้คอยบริการติดตั้งกล้องวงจรปิดประจำอยู่จำนวน 6 คน จึงอาจทำให้ลูกค้าบางส่วนต้องรอคิวอยู่บ้าง
      
       โดยสาเหตุที่ผู้คนหันมาสนใจ   บริษัทรับติดตั้งกล้องวงจรปิด กันเป็นจำนวนมากนั้น เนื่องจากปัจจุบัน มีมิจฉาชีพ โจรผู้ร้ายชุกชุมอย่างมากในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และเมื่อติดตั้งกล้องวงจรปิดแล้ว ชาวบ้าน หรือลูกค้ามีความรู้สึกว่ามีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ได้เคยแสดงความรู้สึกตอบรับกลับมาว่า รู้สึกมั่นใจมากกว่าการขอติดตั้งตู้แดงของตำรวจสายตรวจเสียอีก
      
       เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพ ก่อนที่จะทำการลงมือก่อเหตุโจรกรรมทรัพย์สินนั้น มักจะมาคอยเฝ้าสังเกตการณ์ยังที่ได้หมายปองไว้ก่อน ซึ่งก็จะรู้ถึงความเคลื่อนไหว และเวลาของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ว่าจะมาลงชื่อในเวลาใด และก็จะเลือกใช้เวลาในการลงมือหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาลงชื่อกลับไปแล้ว
      
       ขณะเดียวกัน การติดตั้ง กล้องวงจรปิด ไว้แล้วนั้นจะทำให้คนร้ายเกรงกลัวมากกว่า และมักไม่ค่อยกล้าที่จะเข้ามาลงมือ หรือบุกเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สิน เนื่องจากหวั่นเกรงว่ากล้องวงจรปิดจะจับภาพใบหน้า หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายจนสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมตัวในภายหลังได้ ทั้งนี้ เป็นข้อมูลจากการให้บริการลูกค้าหลังการขาย
      
       ในกลุ่มลูกค้าที่เคยถูกโจรกรรมทรัพย์สินไปก่อนหน้าที่จะทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 100 ราย จะมีเพียง 2-3 รายเท่านั้น ที่กลับมาเรียกให้ทางร้านไปบริการเปิดนำภาพคนร้ายออกมาจากเซิร์ฟเวอร์ (กล่องบันทึก) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้น เป็นที่เกรงกลัวของบรรดากลุ่มมิจฉาชีพ และเป็นที่ไว้วางใจของชาวบ้านได้มากกว่าการติดตั้งตู้แดงของสายตรวจ แม้บางครั้งจะติดตั้งแค่เพียงกล้องหลอก (ดัมมี่) ก็ยังสามารถป้องกันคนร้ายได้อีกด้วย


บริษัทขายกล้องวงจรปิด CCTV http://www.thaiccd.com
92  หมวดหมู่ - โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด / โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด ประจำเดือน พฤษภาคม 2555 / ประกาศ เทศบาลเมืองคูค ประกวดราคาซื้อกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 22 ชุด งบ 9 ล้านบาท เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2012, 11:33:11 pm
ประกาศ เทศบาลเมืองคูคต
เรื่อง ประกวดราคาซื้อกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 22 ชุด พร้อมติดตั้ง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

  
          
เทศบาลเมืองคูคต  มีความประสงค์จะประมูลซื้อกล้องวงจรปิด  (CCTV)  จำนวน  22  ชุด  พร้อมติดตั้ง      (รายละเอียดแนบท้าย)  ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

 งบประมาณในการจัดซื้อครั้งนี้     9,000,000.- บาท  
(เก้าล้านบาทถ้วน)                              
ผลงานเกี่ยวกับการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด
4,500,000.- บาท  (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน)
ค่าเอกสารประมูลซื้อ              9,000.-  บาท  
(เก้าพันบาทถ้วน)
กำหนดส่งมอบ               120   วัน
เอกสารประมูลซื้อ เลขที่  1/2555
ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติ  ดังต่อไปนี้

1.  เป็นผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประมูลซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว

2.  ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว

3.  ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคา ได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น

                   4.  ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น ที่เข้าเสนอราคาให้แก่เทศบาลเมืองคูคต  และไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้เสนอราคากับผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์  ณ วันประกาศประมูลซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการประมูลซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้

5.  มีผลงานเกี่ยวกับการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดประเภทเดียวกับงานที่ประมูลซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาเดียวกัน  และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ  หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติไว้ให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น  รัฐวิสาหกิจ  หรือหน่วยงานเอกชนที่  “เทศบาลเมืองคูคต”  เชื่อถือ

                   กำหนดยื่นเอกสารการประมูลซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์  ณ ห้องประชุมสภา (ชั้น 4)  สำนักงานเทศบาลเมืองคูคต  ในวันที่  1  มิถุนายน  2555 ระหว่างเวลา 10.00 น. – 10.30 น.  และกำหนดประมูลราคา  ในวันที่   12  มิถุนายน  2555 เวลา  10.00 น.

                   ผู้สนใจติดต่อขอซื้อเอกสารประมูลซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้ที่งานพัสดุและทรัพย์สิน  กองคลัง  สำนักงานเทศบาลเมืองคูคต  ระหว่างวันที่ 11  พฤษภาคม  2555  ถึงวันที่ 23  พฤษภาคม  2555 หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2191 1555-61 ต่อ 121 ในวันและเวลาราชการ หรือสืบค้นที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลางที่ และเว็บไซต์เทศบาลเมืองคูคตที่  www.khukhot.go.th
 
        
 
  
            ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕            
 
  
  
  
(นายเมธา ใจบริสุทธิ์)
 
ตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเมืองคูคต
 
                  
  
 
สำเนาถูกต้อง  
  
(นางสาว สมพร เดือนนวล)  
       ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุ 3
 ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕
 โดย นาง กาญจนา แก้วศิริ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองคลัง
 เอกสารประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 1/2555
93  หมวดหมู่ - โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด / โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด ประจำเดือน พฤษภาคม 2555 / ประกาศ เทศบาลเมืองบางศรีเมือง ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด งบ 16 ล้านบาท เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2012, 11:31:26 pm
ประกาศ เทศบาลเมืองบางศรีเมือง
เรื่อง ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด และเชื่อมโยงระบบควบคุมเข้ากับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในสำนักงานเทศบาลเมืองบางศรีเมือง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

 
          เทศบาลเมืองบางศรีเมืองมีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด และเชื่อมโยงระบบควบคุมเข้ากับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในสำนักงานเทศบาลเมืองบางศรีเมือง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
 
          ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
 
                   ๑. เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
                   ๒. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว
                   ๓. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
                   ๔. เป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการจ้างของเทศบาลเมืองบางศรีเมือง
                   ๕. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ประสงค์จะเสนอราคารายอื่นที่เข้าเสนอราคาให้แก่เทศบาลเมืองบางศรีเมือง ณ วันที่ประกาศประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
 
          กำหนดดูสถานที่ดำเนินงานในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. ถึงเวลา ๑๔.๓๐ น. ณ พื้นที่ภายในเขตเทศบาลเมืองบางศรีเมือง และกำหนดรับฟังคำชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. เป็นต้นไป
 
          กำหนดยื่นซองเอกสารประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา  ๑๐.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๑.๐๐ น. ณ สถานที่กลางสำหรับเป็นศูนย์รวมข่าวสารการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น(ศาลากลางจังหวัดนนทบุรีตึกเก่า ชั้น ๓) และกำหนดเสนอราคาในวันที่  ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. เป็นต้นไป
 
          ผู้สนใจติดต่อขอซื้อเอกสารประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในราคาชุดละ ๑๐,๐๐๐ บาท ได้ที่ เทศบาลเมืองบางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น. ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.bangsrimuang.go.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข ๐-๒๔๔๗-๔๐๖๕-๖ ในวันและเวลาราชการ
 
 
ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
 
 
 
(นายณัฏฐพร แสงบัว)
 
ตำแหน่ง นายกเทศมนตรี
 
                 
 
สำเนาถูกต้อง 
 
(นาง หทัยทิพย์ ชมชื่น) 
       ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองคลัง
 ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕
 โดย นาง หทัยทิพย์ ชมชื่น ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองคลัง
 เอกสารประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ E4/55
94  หมวดหมู่ - โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด / โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด ประจำเดือน พฤษภาคม 2555 / ประกาศ!! อบจ.สุพรรณบุรี สอบราคาบึงฉวาก จัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV และ อุปกรณ์ เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2012, 11:27:51 pm
ประกาศองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี
เรื่องสอบราคาซื้อโครงการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ โดยดำเนินการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV)และอุปกรณ์

 
          องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีมีความประสงค์จะ สอบราคาซื้อโครงการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ โดยดำเนินการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV)และอุปกรณ์ ตามรายการ ดังนี้
 
   จัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV)และอุปกรณ์ พร้อมติดตั้งและปรับปรุงระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV)เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ จำนวน ๒ ชุด

 
          ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
 
                   ๑. เป็นผู้มีอาชีพขายพัสดุที่สอบราคาซื้อดังกล่าว
                   ๒. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว
                   ๓. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
                   ๔. เป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการซื้อขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี
                   ๕. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้าเสนอราคาให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ณ วันที่ประกาศสอบราคา หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการสอบราคาซื้อครั้งนี้
 
          กำหนดยื่นซองสอบราคา ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น. ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี และกำหนดเปิดซองใบเสนอราคาในวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป
 
          ผู้สนใจติดต่อขอซื้อเอกสารสอบราคาซื้อ ได้ที่ กองพัสดุและทรัพย์สิน องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ถนนประชาธิปไตย ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี   ราคาชุดละ  500 บาท(-ห้าร้อยบาทถ้วน-) ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น. ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.suphan.go.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข ๐-๓๕๕๒-๕๙๒๓ ในวันและเวลาราชการ
 
 
ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
 
 
 
(นาย บุญชู จันทร์สุวรรณ)
 
ตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี
 

 
 
สำเนาถูกต้อง 
 
(นาง จารีรัตน์ ประจงกร) 
       ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ ๖
 ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕
 โดย นาง พจมาลย์ ปริ่มปาน ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองพัสดุและทรัพย์สิน
 เอกสารสอบราคา เลขที่ 13/2555
95  หมวดหมู่ - โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด / โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด ประจำเดือน พฤษภาคม 2555 / ประกาศพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน สอบราคาซื้อกล้องวงจรปิดพร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน ๑ เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2012, 11:24:19 pm
ประกาศพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน
เรื่องสอบราคาซื้อกล้องวงจรปิดพร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน ๑ ชุด

 
          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน มีความประสงค์จะ สอบราคาซื้อกล้องวงจรปิด พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน ๑ ชุด ตามรายการ ดังนี้
 
   กล้องวงจรปิดพร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน ๑ ชุด

 
          ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
 
                   ๑. เป็นผู้มีอาชีพขายพัสดุที่สอบราคาซื้อดังกล่าว
                   ๒. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว
                   ๓. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
                   ๔. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้าเสนอราคาให้แก่กรมศิลปากร ณ วันที่ประกาศสอบราคา หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการสอบราคาซื้อครั้งนี้
 
          กำหนดยื่นซองสอบราคา ในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน และกำหนดเปิดซองใบเสนอราคาในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๓๐ น. เป็นต้นไป
 
          ผู้สนใจติดต่อขอซื้อเอกสารสอบราคาซื้อ   ในราคาชุดละ ๕๐๐ .-บาท(ห้าร้อยบาทถ้วน) ได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน ในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น. ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.finearts.go.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข ๐ ๕๓๗๗ ๗๑๐๒ ในวันและเวลาราชการ
 
 
ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
 
 
 
(นางสาว ฉัตรลดา สินธุสอน)
 
ตำแหน่ง หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน
 
ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมศิลปากร
 

 
สำเนาถูกต้อง 
 
(นาง สายใจ ปัดถา) 
       ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ
 ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕
 โดย นาง สายใจ ปัดถา ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ
 เอกสารสอบราคา เลขที่ 1/2555
96  หมวดหมู่ - โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด / โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด ประจำเดือน พฤษภาคม 2555 / ประกาศ เทศบาลตำบลพนมสารคาม สอบราคาจ้างจ้างเหมาโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด(CCTV) เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2012, 11:21:12 pm
ประกาศ เทศบาลตำบลพนมสารคาม
เรื่อง สอบราคาจ้างจ้างเหมาโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด(CCTV) ในเขตเทศบาล

 
          เทศบาลตำบลพนมสารคามมีความประสงค์จะ สอบราคาจ้างจ้างเหมาโครงการ ติดตั้งกล้องวงจรปิด(CCTV) ในเขตเทศบาล
 
          ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
                   ๑. เป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่สอบราคาจ้างดังกล่าว
                   ๒. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว
                   ๓. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
                   ๔. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้าเสนอราคาให้แก่เทศบาลตำบลพนมสารคาม ณ วันที่ประกาศสอบราคา หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการสอบราคาจ้างครั้งนี้
 
          กำหนดยื่นซองสอบราคา ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น. ณ สำนักงานเทศบาลตำบลพนมสารคามและในวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ยื่นซอง ณ ห้องศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการซื้อจ้าง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น.- ๑๖.๓๐ น. และกำหนดเปิดซองใบเสนอราคาในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป
 
          ผู้สนใจติดต่อขอรับ/ซื้อเอกสารสอบราคาในราคาชุดละ 500.- บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ได้ที่งานพัสดุและทรัพย์สิน กองคลัง เทศบาลตำบลพนมสารคาม  เอกสารสอบราคาจ้าง ได้ที่ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลพนมสารคาม ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น. ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.phanomcity.go.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข ๐๓๘๕๕๑๘๘๑ ในวันและเวลาราชการ
 
 
                    ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕            14   พฤษภาคม    2555     
 
 
 
(นาย นิกร จันธรรมาพิทักษ์)
 
ตำแหน่ง นายกเทศมนตรีตำบลพนมสารคาม
 
๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕
 

 
 
สำเนาถูกต้อง 
 
(นาง นฤมล วิเชียรวรรณ) 
       ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองคลัง
 ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕
 โดย นาง นฤมล วิเชียรวรรณ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองคลัง
 เอกสารสอบราคา เลขที่ 2/2555
97  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความ ข่าวสารด้าน กล้องวงจรปิด CCTV / เปิดสอนหลักสูตร ติดตั้ง ซ่อม ระบบ : กล้องวงจรปิด จานดาวเทียม มือถือ เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2012, 05:16:02 pm


เปิดสอนหลักสูตร ติดตั้ง ซ่อม ระบบ : กล้องวงจรปิด จานดาวเทียม มือถือ

โรงเรียนแสงทองโทรทัศน์ เป็นสถาบันสอนวิชาชีพช่างโทรทัศน์และอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ปี 2520 ปัจจุบัน เป็นโรงเรียนแสงทองเทคโนโลยี เพิ่มหลักสูตรสาขาการช่างกล้องวงจรปิด ช่างจานดาวเทียม ช่างซ่อมมือถือ และอีกมากมาย สนองความต้องการตลาดแรงงาน และคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางด้านไอที

“โรงเรียนได้รับการคัดเลือก เป็นสถาบันร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จัดอบรมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม สาขาช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ มือถือ และช่างติดตั้งจานดาวเทียม กล้องวงจรปิด CCTV ” ธนาชัย อึ้งสมรรถโกษา กรรมการผู้จัดการแจ้งข่าวล่าสุดให้ทราบ

โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการบริษัทติดตั้งกล้องวงจรปิดใหม่ เป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวด้วยการสร้างผู้ประกอบการใหม่ และพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เดิมที่มีศักยภาพให้อยู่รอด เพื่อให้รายใหม่และรายเดิมเจริญก้าวหน้า โดยจัดการอบรมกับนักศึกษาจบใหม่ ผู้ประกอบการที่เริ่มต้นธุรกิจในระยะ
1 -3 ปี ทายาทเจ้าของกิจการ รวมถึงผู้ประกอบอาชีพอื่น เช่น ข้าราชการ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้รับจ้างอิสระที่ตั้งใจเปลี่ยนเป็นผู้ประกอบการ

กำหนดคุณ สมบัติไว้กว้างขวาง คือ จบการศึกษา ปวช. ขึ้นไป หรือเทียบเท่า และอายุไม่เกิน 60 ปี มากน้อยกว่านี้ มาคุยกัน

การอบรมในโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ เป็นการให้ความรู้ในการเป็นผู้ประกอบการ ที่จะได้เรียนรู้ถึงระบบธุรกิจ การจัดการ การบัญชี ภาษี ระบบการตลาด การคำนวณต้นทุน การตั้งราคาขาย การคิดกำไร รวมไปถึงการเขียนแผนธุรกิจ เสนอขอรับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน หรือเท่ากับสอนคนที่มีพื้นฐานหลากหลายมาพัฒนาให้ค้าขายทำธุรกิจเป็น และเมื่อโรงเรียนแสงทองเทคโนโลยีเข้ามาจัดการอบรม ก็เอาจุดแข็งคือวิชาช่าง ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน ทั้งการติดตั้งจานดาวเทียม การซ่อมโทรศัพท์มือถือ งานซ่อมคอมพิวเตอร์  ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV มาผนวก

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเรียนทั้งวิชาบริหารจัดการ และด้านเทคนิค เฉพาะวันเสาร์ และอาทิตย์ รวม 19 ครั้ง

"กล้องวงจรปิด"

ธนาชัยบอกด้วยว่า คนที่มาเรียนเป็นช่างกับโรงเรียน จะได้รับเคล็ดวิชาการทำกิจการอยู่แล้ว แต่หลักสูตรเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ จะได้เรียนรู้การประกอบการและการเสนอแผนธุรกิจกับแหล่งทุนอีกด้วย  หากสนใจเข้าอบรม สอบถามเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ที่โรงเรียน 0-2304-2099 ต่อ 1207, 2102

“อาชีพช่าง สร้างโอกาสทุกยุคทุกสมัย ไม่มีจน แต่ที่มีปัญหาส่วนใหญ่เพราะการจัดการไม่ดี เช่น ไม่แยกกระเป๋า ไม่ทำบัญชี เอารายได้จากร้านมาใช้ส่วนตัว” ธนาชัยกล่าว

ธนาชัยบอกด้วยว่า หลักสูตรระยะสั้น ด้านช่างที่โรงเรียนเปิดสอนมาแล้ว 35 ปี ผู้เรียนจบกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เปิดร้าน บริษัทติดตั้งกล้องวงจรปิด ทำกิจการได้ตามที่ตั้งใจ ที่เหลือก็มีงานทำและมุ่งมั่นสู่การมีกิจการของตัวเอง


โรงเรียน แสงทองโทรทัศน์

ที่อยู่ 958/1 ตากสิน 38 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม 10600

โทรศัพท์ 02-3042099-100
โทรสาร 02-4764746

เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 08:30-20:30 อาทิตย์ 08:00-17:00

98  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความ ข่าวสารด้าน กล้องวงจรปิด CCTV / ตะลึง หน่วยงานอังกฤษแฉโรงเรียนติดกล้องวงจรปิด"ถ้ำมอง"นักเรียนใน"ห้องน้ำ-ห้องแต่งตัว& เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2012, 12:23:31 am


ตะลึง หน่วยงานอังกฤษแฉโรงเรียนติดกล้องวงจรปิด"ถ้ำมอง"นักเรียนใน"ห้องน้ำ-ห้องแต่งตัว"


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ว่า สำนักงานคณะกรรมการด้านข้อมูลอังกฤษได้เตือนว่า โรงเรียนต่าง ๆ ของอังกฤษ มีพฤติกรรมใช้กล้องวงจรปิด CCTV ในทางที่ไม่เหมาะสม และควรใช้ในลักษณะตรวจสอบพฤติกรรมนักเรียน มากกว่าล้วงลึกถึงสถานการณ์ส่วนตัวที่ต้องยกเว้น โดยสถานการณ์เหล่านี้น่าจะเกิดขึ้นมากในประเทศ ภายหลังรัฐได้อนุญาตให้เอกชนดำเนินงานบริหารโรงเรียนได้มากขึ้น และที่ผ่านมา สหภาพครูได้เคยร้องเรียนแล้วว่า เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดดังกล่าวซึ่งถูกติดตั้งในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโรงเรียนไม่ค่อยให้การเคารพต่อสิทธิส่วนบุคคลและกฎหมายเสรีภาพพลเรือน โดยจากการเปิดเผยของสมาชิกสหภาพระบุว่า 85 % ของอาจารย์บอกว่า ติดตั้งกล้องวงจรปิด ได้ถูกติดตั้งในห้องน้ำและห้องแต่งตัวเด็กนักเรีย

 
รายงานระบุว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผลศึกษาจากนักวิชาการหลายรายระบุว่า ปัจจุบัน การใช้กล้องวงจรปิด CCTV ในสถานศึกษาได้เปลี่ยนจากการตรวจสอบพฤติกรรมนักเรียนในพื้นที่สาธารณะ เช่น บนเฉลียง หรือตามสนามเด็กเล่น แต่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคลแล้ว เช่น ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ โดยโรงเรียนบางแห่งยังล้มเหลวที่จะเข้าใจถึงความรับผิดชอบด้านกฎเกณฑ์เคารพเสรีภาพส่วนบุคคล

 
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการด้านข้อมูล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลและสนับสนุนความโปร่งใสต่อองค์กรสาธารณะอื่น ๆ บอกว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้มีการร้องเรียนเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมของการใช้กล้องวงจรปิด CCTV ด้วย


99  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความ ข่าวสารด้าน กล้องวงจรปิด CCTV / “ซัมซุง’ขยายแนวรบกล้องวงจรปิด CCTV กร้าว 3 ปีติดท็อปทรีโลก เมื่อ: เมษายน 30, 2012, 11:49:32 pm


“ซัมซุง’ขยายแนวรบกล้องวงจรปิด CCTV กร้าว 3 ปีติดท็อปทรีโลก

ซัมซุงรุกตลาดระบบรักษาความปลอดภัย ตั้งกลุ่มธุรกิจใหม่ มั่นใจขึ้นติดท็อป 3 ของโลกในปี 2555 ใช้กลยุทธ์ โทเทิล โซลูชั่น โพรวายเดอร์เปิดตลาดใหม่ขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มองค์กรเอกชน สู่ภาครัฐ และองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมเผยโฉมกล้องวงจรปิด CCTV ซีรีส์ล่าสุด ซัมซุง A1จับภาพวัตถุในสภาพแสงที่ยากต่อการมองเห็น
      
       นายอินร็อก โด รองประธาน ธุรกิจระบบกล้องรักษาความปลอดภัย บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวถึงภาพรวมตลาดกล้องรักษาความปลอดภัยในตลาดโลกว่าปัจจุบันธุรกิจกล้องวงจรปิดมีอัตราการเติบโตสูงกว่าปีละ 16.8% โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรวมกล้องวงจรปิด CCTV  จะสูงกว่า 1.75 ล้านล้านบาทในปีหน้า ซึ่งปัจจัยที่ผลักดันให้ธุรกิจนี้มีการเติบโตมาจากการที่คนทั่วโลกตื่นตัวต่อความปลอดภัยและหันมาให้ความสำคัญกับ ระบบกล้องวงจรปิดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตลาด ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่าตลาดกว่า 98,921 ล้านบาท ทวีปยุโรปมีมูลค่าตลาดกว่า 79,709 ล้านบาท และทวีปเอเชียซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดด้วยมูลค่าตลาดกว่า 102,627 ล้านบาท
      
       ซัมซุงเห็นถึงศักยภาพของตลาดระบบรักษาความปลอดภัยที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องผนวกกับความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีของซัมซุงจึงให้ความสำคัญกับการทำตลาดระบบ บริษัทกล้องวงจรปิด ในปัจจุบัน และได้ตั้งเป้าหมายที่จะเติบโตติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกให้ได้ในอีก 3 ปีข้างหน้าโดยการอาศัยจุดแข็งจากการเป็น Total Solution Provider ซึ่งกลยุทธ์หลักที่ใช้ประกอบด้วย
      
       การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น การขยายฐานลูกค้าและสร้างตลาดใหม่ในกลุ่มภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงการเปิดตัวโซลูชันผลิตภัณฑ์ระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมครบวงจร
      
       ปัจจุบันซัมซุงมีส่วนแบ่งตลาดกล้องวงจรปิด ในระดับโลกที่ประมาณ 2.7% และในภูมิภาคเอเชียประมาณ 4.5% โดยซัมซุงมุ่งมั่นที่จะเร่งขยายตลาดให้มีการเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงของภูมิภาค
      
       สำหรับในไทยตลาดระบบกล้องวงจรปิดมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของตลาดโลก และในปีนี้ซัมซุงมีแผนจะรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการจึงได้มีการตั้งกลุ่มธุรกิจใหม่เพื่อบริหารจัดการโครงสร้างการจัดจำหน่าย การสื่อสารการตลาดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค รวมถึงการพัฒนาธุรกิจและสร้างตลาดใหม่ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์โซลูชันระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงออกสู่ตลาด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตรธุรกิจ ตลอดจนผู้บริโภคทุกกลุ่มในทุกพื้นที่โดยในปีนี้ซัมซุงเตรียมเปิดตัวกล้องวงจรปิดรุ่นใหม่กว่า 24 รุ่น เพื่อครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายฐานลูกค้าจากปัจจุบัน จากกลุ่มธุรกิจเอกชนไปยังองค์กรส่วนภาครัฐ และองค์กรขนาดใหญ่รวมทั้งผู้บริโภคทั่วไปได้มากยิ่งขึ้น
      
       ทั้งนี้ กล้องวงจรปิด CCTV ใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในปีนี้คือซัมซุง A1 มีจุดเด่นอยู่ที่การเพิ่มประสิทธิภาพการจับภาพวัตถุในสภาพแสงที่ยากต่อการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ให้ TV Line สูงถึง 600 เส้น ไม่เพียงแต่จะให้ภาพที่คมชัดและเป็นธรรมชาติเท่านั้นแต่ยังให้ภาพรายละเอียดสูง ลดสิ่งรบกวนในภาพให้คงความคมชัดได้ดีแม้ในขณะแสงน้อย
      
       สำหรับการทำตลาดระบบกล้องรักษาความปลอดภัยในประเทศไทยนั้น ซัมซุงเตรียมจัดกิจกรรมการขายและการตลาดร่วมกับคู่ค้า เช่น การสนับสนุนการตกแต่งหน้าร้านเพื่อเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ การจัดทำสินค้าในรูปแบบแพกที่รวมเครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (Digital Video Recorder -DVR) และจอมอนิเตอร์ (Monitor) โดยจะจัดเป็นชุดออกจำหน่ายในราคาพิเศษเพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ระบบรักษาความปลอดภัยของซัมซุงให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภค

เว็บไซต์กล้องวงจรปิดของบริษัท : http://www.thaiccd.com
100  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความ ข่าวสารด้าน กล้องวงจรปิด CCTV / อาชญากรรมน้อยลง ด้วยกล้องวงจรปิด (เทียม) เมื่อ: เมษายน 30, 2012, 11:41:10 pm


อาชญากรรมน้อยลง ด้วยกล้องวงจรปิด (เทียม)

ในปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร มีกล้องวงจรปิด (CCTV) ติดตั้งกระจายอยู่ในหลายๆ พื้นที่รวมแล้วประมาณ 3,000 ตัว ทั้งนี้เพื่อใช้ในการเก็บบันทึกภาพของผู้กระทำผิดกฎหมายในกรณีต่างๆ และใช้ในการป้องปรามผู้คนให้เกิดความรู้สึกยับยั้งชั่งใจก่อนที่จะลงมือกระทำผิด
      
       นัยว่า แม้ในพื้นที่นั่นจะไม่มีผู้คนหรือตำรวจ แต่กทม. ก็ยังมีดวงตาที่คอยจับจ้องและบันทึกภาพคุณเอาไว้ ดังนั้น ถ้าเกิดคิดจะลงมือทำผิดกฎหมายก็อย่าหวังเลยว่าจะรอด
      
       ถึงแม้ที่ผ่านมาจะมีกล้องชำรุดบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ แต่ก็ไม่รู้ทำไม กล้องเจ้ากรรมที่เสียมักจะเป็นกล้องวงจรปิดที่อยู่ในพื้นที่ที่มีคดีความทุกที
      
       แต่ก็ช่างเถอะ เพราะการมีกล้องวงจรปิดเอาไว้ดูแลสารทุกข์สุกดิบประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่ควรดำเนินการอยู่แล้ว และในอนาคต กทม. ก็หวังที่จะเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิดในเมืองที่มีอยู่ 3,000 ตัว เป็น 20,000 ตัว เพื่อที่ว่า สายตาอันแสนอ่อนโยนของผู้บริหาร กทม. จะได้ส่งผ่านกล้อง CCTV ไปดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง
      
      และในการติดตั้งกล้องเพิ่มในล็อตนี้ ก็จะมีทั้งการ รับติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ที่ใช้ได้จริง และกล้องวงจรปิด CCTV ที่เป็นกล้องหลอกควบคู่กันไป!!!
      
       ใช่แล้ว กล้องหลอกที่แปลว่าสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกล้องวงจรปิด CCTV ทุกประการ แต่ไม่สามารถถ่ายและบันทึกภาพได้
      
       อ้าว...ถ้ามันใช้ไม่ได้แล้ว จะติดไว้ทำไมกันหรือ??
      
       กล้องวงจรปิด CCTV หลอก ก็บอกว่า ‘อย่านะ!’ ได้
        
      
       “การติดตั้งกล้อง CCTV ไม่ว่าจะเป็นกล้องปลอมหรือกล้องจริง ผมว่าน่าจะมีส่วนช่วยป้องปรามการก่อเหตุอาชญากรรมได้”
      
       จ.ส.ต. สิทธิพงษ์ สัตยาภรณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มผู้กำลังศึกษาด้านอาชญาวิทยา ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรม ณ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงทัศนะเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดทั้งหลอกและจริง ที่กทม. กำลังป่าวประกาศว่าจะติดตั้งให้ทั่วกรุงเทพมหานคร ด้วยหวังว่าจะช่วยป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมให้ลดน้อยลง
      
       อย่างไรก็ดี แม้ตำรวจหนุ่มผู้นี้จะออกตัวว่าเป็นแค่นักศึกษาที่ไม่ได้รอบรู้เทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยาโดยตรง กระนั้น ความเห็นของเขาก็น่าสนใจไม่น้อย
      
       “ในมุมมองของอาชญาวิทยา จะมีหลากหลายทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเหตุจูงใจของคนร้ายในการก่ออาชญากรรม ซึ่งในกรณีของการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ กล้องวงจรปิด CCTV นี้ ในความเห็นของผม ผมว่าน่าจะเป็นการป้องปรามเหตุร้ายในทฤษฎีการก่ออาชญากรรมที่ว่าด้วย 'กิจวัตรประจำวัน' นะครับ ใจความหลักๆ ของทฤษฎีนี้ก็คือ คนร้ายมีแนวโน้มจะก่อเหตุอาชญากรรมกับเหยื่อที่ดำเนินชีวิตหรือทำกิจวัตรประจำวันในช่วงเวลาซ้ำๆ อยู่เสมอ เช่น ออกจากบ้านไปทำงาน 6 โมงเช้า และกลับบ้าน 2 ทุ่ม ทุกๆ วัน ผู้ที่มีกิจวัตรซ้ำๆ เช่นนี้ ถือว่าเสี่ยงที่จะถูกคนร้ายจ้องก่อเหตุอาชญากรรมได้”
      
       จ.ส.ต. สิทธิพงษ์ จึงขยายความเพิ่มเติมว่า เพราะการดำเนินชีวิตหรือมีกิจวัตรประจำวันที่จำเจ มีเวลาแน่ชัด จะทำให้คนร้ายวางแผนเวลาที่คิดว่าเหมาะกับการก่อเหตุร้ายได้ง่ายกว่าผู้ที่มีตารางเวลาในกิจวัตรประจำวันไม่แน่ชัด ดังนั้น หลักการขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบรรดา 'สายตรวจ' จึงมักจะขับรถตรวจตราสถานที่ต่างๆ ไม่เป็นเวลา วันนี้ อาจตรวจ 10 โมงเช้า พรุ่งนี้ อาจไปตรวจ 8 โมงเช้า สับเปลี่ยนเวลา ไม่ให้มีความแน่นอน
      
       และการมีกิจวัตรที่คงเดิมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันซึ่งนับว่าเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อนี่เอง เปิดโอกาสให้เจ้ากล้องวงจรปิด CCTV  ได้ทำหน้าที่ป้องปราม เช่น หากโจรวางแผนไว้ว่า เมื่อเจ้าของบ้านออกจากบ้านไปทำงาน กว่าจะกลับก็ 2 ทุ่ม อาจใช้ช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยู่บ้านงัดแงะเข้ามาขโมยของ การมีกล้องติดตั้งไว้ ย่อมข่มขวัญได้บ้างไม่มากก็น้อย
      
      “ผมว่ากล้องวงจรปิดมีส่วนอย่างมากนะครับ ทั้งมีผลด้านจิตวิทยา สร้างความหวาดกลัวให้คนร้ายได้ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมโดยตรงเลย ก็คือ ผมอยู่แฟลต แล้วหน้าห้องของผมจะมีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้ แต่จริงๆ แล้วผมไม่ได้เปิดเครื่องบันทึกภาพหรอกครับ แค่ติดไว้หน้าประตูเฉยๆ ปรากฏว่า มีช่วงหนึ่งที่ผมไม่ได้กลับไปที่แฟลต แต่ห้องก็ไม่มีอะไรผิดปรกติเกิดขึ้น ขณะที่คนอื่นๆ เวลาที่เขาไม่อยู่ห้อง และไม่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้ ห้องของเขาก็มักจะโดนงัดแงะประจำ”
       ใช่เพียงกล้องที่ติดไว้หน้าประตูห้อง แต่นโยบายติดตั้งกล้องจ้องจับคนขับรถฝ่าไฟแดง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การข่มขวัญทำนองว่า 'ระวังกล้องวงจรปิด' นี้ เป็นมุกที่ยังพอขายได้
      “ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ หลังจากมีการออกข่าวว่าติดตั้งกล้องวงจรปิดตามแยกไฟแดง ทำให้ทุกวันนี้สถิติการขับรถฝ่าไฟแดงลดน้อยลงมาก ถึงแม้บางสี่แยกจราจร จะไม่ได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดก็ตาม แต่คนก็กลัวว่าจะมีการซ่อนกล้องไว้ตรงไหน ก็เลยไม่กล้าทำผิดกฎจราจรกัน”
      
       จ.ส.ต. สิทธิพงษ์จึงเชื่อว่า การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้นทั่วกรุง ไม่ว่าจะเป็นกล้องจริงหรือปลอมก็ตาม ย่อมสร้างความอุ่นใจให้คนกรุงเทพฯ ทั้งส่งผลด้านจิตวิทยา ข่มขวัญมิจฉาชีพ ทำให้สามารถป้องปรามเหตุร้ายได้
      
       อำนาจของการจ้องมอง
        
      
       อำนาจในการควบคุมของกล้องวงจรปิดที่มีต่อคนที่คิดจะกระทำผิดนั้น มันน่าจะเกิดมาจากธรรมชาติของคน ที่พอรู้ว่ามีใครกำลังจ้องมองอยู่ ก็จะระมัดระวังตัวเองมากขึ้น และสำหรับผู้ที่คิดจะกระทำผิดนั้น ผู้กระทำก็จะมีการยับยั้งชั่งใจมากกว่าเดิม
      
       “การเก็บภาพเคลื่อนไหวแบบรู้ตัวกับแบบไม่รู้ตัวนั้น มันไม่เหมือนกันหรอก คือการแอบถ่าย หรือถ่ายโดยที่เขาไม่รู้ตัวเนี่ยมันจะมีความเป็นธรรมชาติที่สุด เพราะว่าตัวแบบเขาไม่รู้นี่ว่าโดนถ่ายอยู่ เอาง่ายๆ ถ้าสมมติว่าผมไปถ่ายพิธีกรรมอะไรสักอย่างหนึ่ง อย่างเช่นการเลี้ยงผี ถ้าเขาไม่รู้ว่าเราถ่ายอยู่ มันก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง คือไม่ว่าจะเป็นคำพูดคำจา การปฏิบัติตัว แต่พอรู้ว่ามีกล้อง มีคนมาทำสารคดีปุ๊บ เขาก็จะทำอีกแบบหนึ่ง จะทำให้มันขรึมขลังจริงจังมากยิ่งขึ้น มันถูกเน้นให้น่าเชื่อถือน่าสนใจกว่าเดิม”
      
       ศาสตรา บุญวิจิตร แห่งดอกไม้มีเดียสตูดิโอ ผู้ที่ผ่านงานทำสารคคี และงานภาพเคลื่อนไหวมาอย่างโชกโชน เล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมของคนที่ต้องมาอยู่หน้ากล้อง
      
       “ในแง่ของคนธรรมดานั้นเห็นได้ชัด ถ้าเป็นการพูดคุยหาข้อมูลโดยการไปนั่งกินข้าว กินเหล้าด้วยกันก็เป็นแบบหนึ่ง แต่ถ้าเขารู้ว่าเราตั้งใจมาเก็บข้อมูล มันก็จะเป็นทางการขึ้นไม่เหมือนกับที่นั่งคุยกันตอนกินข้าวเมื่อกี้ ยิ่งถ้ามีกล้องไปจ่อเพื่อบันทึกภาพ ยิ่งเกร็ง การใช้คำแทนคนอื่น คำแทนตัวเองนี่จะระมัดระวังมากขึ้น”
      
       แต่ถึงอย่างไร กล้องวงจรปิด CCTV กับกล้องบันทึกวิดีโอนั้น ก็ยังมีข้อแตกต่างกันอยู่
      
       “มันมีข้อแตกต่างอยู่นิดหนึ่ง สำหรับกล้องวิดีโอทั่วไปนั้น คนจะระวังตัวมากขึ้นอัตโนมัติ เพราะเขาอยากให้ภาพที่ออกมาเป็นอย่างที่เขาอยากให้เป็น คือเขารู้แน่ๆ ว่าหลังจากนี้จะต้องมีคนเห็นภาพที่ถูกบันทึกไว้ในครั้งนี้ แต่กับวงจรปิดนี่ ถ้าไม่ใช่คนที่ทำอะไรผิดก็จะเฉยๆ กับมันนะ เพราะเขาคิดว่า ภาพที่ถูกจับไปมันไม่ได้เอาไปเผยแพร่ที่ไหน อย่างเวลาเราเข้าเซเว่นฯ เราก็รู้ว่ามีกล้องวงจรปิด แต่เราก็เป็นธรรมชาติ ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียนี่ แต่กับคนที่จะทำผิดนี่ เขาคงต้องระวัง เพราะเขาไม่อยากให้ใครเห็นหรอกว่าเขากำลังจะทำอะไร
      
       “กรณีกล้องวงจรปิดหลอกที่ กทม. จะติดนั้น คนที่เห็นกล้องนี่เขาจะไม่รู้เลยนะว่าอันไหนกล้องหลอกหรือกล้องจริง มันก็น่าจะพอช่วยได้ คนที่จะทำผิดก็ต้องระวังตัวขึ้นแน่ๆ แทนที่จะกระทำอุกอาจก็อาจจะต้องเป็นการกระทำแบบแอบๆ มีการวางแผนมากขึ้น แต่ถ้ามีกล้องติดอยู่โต้งๆ นี่พฤติกรรมต้องต่างไปอยู่แล้ว คือเรารู้น่ะว่าสิ่งที่เราทำมีคนดูอยู่”
      
       มีก็กล้องวงจรปิดหลอกดีกว่าไม่มี
        
      
       เรื่องกล้องวงจรปิดหลอกที่จะติดตั้งเพิ่มปนมากับกล้องจริงนั้น ความเห็นอีกฟากหนี่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ความเห็นของประชาชนเดินดินตาดำๆ ที่ต้องเอาชีวิตตนเองไปแขวนไว้กับการดูแลของผู้ปกครองทั้งหลาย
       นิตยา วาพันสุข พยาบาลวิชาชีพ แสดงความคิดเห็นว่า การมีกล้องวงจรปิด CCTV เพิ่มถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตาม จากภาพที่เธอเห็นจากข่าวทำให้รู้สึกว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะถูกนำมาใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว
      
       “ที่ว่าจะติดกล้องหลอก ถ้าหลอกแล้วเนียนๆ ก็ดี แต่กล้องหลอกกับกล้องจริงก็ไม่ควรห่างกันจนเกินไป แล้วในพื้นที่เดียวกันก็น่าจะมีทั้งกล้องจริง กล้องหลอก ปนๆ กัน แต่...จะมีหรือไม่มี ถ้าโจรจะทำ มันก็ทำ แต่ก็คงกลัวมากขึ้น”
      
       นิตยาเรียกร้องต้องการว่า อยากให้ไปติดไว้ตามป้ายรถเมล์หรือตลาดนัด เพราะมีพวกล้วงกระเป๋าเยอะ แต่ถ้าเป็นในซอยเปลี่ยวๆ ไม่ควรใช้กล้องหลอก
      
       ส่วนความเห็นของหนุ่มออฟฟิศคนหนึ่ง ผู้เป็นที่ปรึกษาด้านไอทีให้แก่บริษัทเอกชน เขาบอกว่า การ รับติดตั้งกล้องวงจรปิดจะป้องกันอาชญากรรมได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าสามารถติดตั้งได้ครอบคลุมพื้นที่มากน้อยแค่ไหน
      
       “คนโดยส่วนใหญ่อาจไม่ได้เกรงกลัวมากมายอะไรขณะกระทำผิด สิ่งที่กลัวคือการถูกจับได้และถูกลงโทษ เขาบอกว่า เดี๋ยวนี้ในเครื่องจีพีเอสจะมีการบอกว่าสี่แยกไหนมีกล้องวงจรปิดคอยดักจับรถฝ่าไฟแดงหรือไม่ ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยลดการฝ่าไฟแดงได้
      
       “แต่ผมว่ามีกล้องวงจรปิดหลอกกับกล้องจริงปนกันไม่น่าจะดีนะ เพราะเดี๋ยวก็ต้องมีคนรู้จนได้ว่ากล้องไหนของจริง ของปลอม และผมว่าคงมีพวกอยากลองของแน่ว่าอันไหนจริง อันไหนปลอม”
      
       แต่ก็อย่างที่พูดไว้ตั้งแต่ต้นว่า เรื่องของกล้องวงจรปิดที่จะติดเพิ่มนั้น เป็นเรื่องที่มีก็ดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว ถึงแม้ว่ากล้องนั้นจะเป็นกล้องจริงหรือกล้องหลอกก็ตาม และถ้ามันจะทำให้อาชญากรรมลดลงได้ ก็น่าที่จะลองดู
        
      
       กล้องวงจรปิด CCTV คือ...
        
      
       กล้อง CCTV ย่อมาจาก Close Circuit Television แปลตามตัวที่เป็นที่เข้าใจทั่วกันว่า กล้องโทรทัศน์วงจรปิด เป็นระบบการบันทึกภาพเคลื่อนไหว เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาความปลอดภัย ป้องปราม หรือเพื่อการสอดส่องดูแลเหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ
      
       วอลเตอร์ บรุค เป็นวิศวกรชาวเยอรมันที่ทำการออกแบบและติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งถูกใช้ครั้งแรกในประเทศเยอรมนีปี 2485 จนกระทั่งปี 2511 สหรัฐอเมริกา ถึงได้ทำการติดตั้งวงจรปิดในนิวยอร์ก เพื่อป้องกันการก่อร้าย ตราบจนทุกวันนี้ กล้องวงจรปิดถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบรักษาความปลอดภัยตามสถานที่ต่างๆ
      
       (มีตัวย่อ CCTV อีกตัวหนึ่งที่เป็นที่รู้จักเช่นกัน แต่ไม่เกี่ยวกับกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด เพราะคำนี้ย่อมาจาก China Central Television Headquarters เป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านสื่อโทรทัศน์ของประเทศจีน...อย่าสับสน)

เว็บไซต์กล้องวงจรปิดของบริษัท : http://www.thaiccd.com
101  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความ ข่าวสารด้าน กล้องวงจรปิด CCTV / Re: กล้องวงจรปิด CCTV มีแบบใดบ้าง ? เมื่อ: เมษายน 30, 2012, 02:47:11 pm


CCTV
102  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความ ข่าวสารด้าน กล้องวงจรปิด CCTV / Re: เครื่องบันทึกภาพกล้องวงจรปิด CCTV มีแบบใดบ้าง ? เมื่อ: เมษายน 30, 2012, 02:46:25 pm


Stand Alone DVR
103  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความ ข่าวสารด้าน กล้องวงจรปิด CCTV / Re: กล้องวงจรปิด CCTV มีแบบใดบ้าง ? เมื่อ: เมษายน 29, 2012, 11:46:35 pm


กล้องวงจรปิด CCTV ราคาถูก สนใจติดต่อสอบถามได้จ้า

ที่เบอร์ 02-9080847 , 02-9080848 หรือสายด่วนโทร 086-9000766


จำหน่าย ติดตั้ง วางระบบ กล้องวงจรปิด CCTV ทุกชนิด
104  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความ ข่าวสารด้าน กล้องวงจรปิด CCTV / "กล้องวงจรปิด" ละเมิดสิทธิหรือป้องกันเหตุร้าย ? เมื่อ: เมษายน 29, 2012, 01:09:14 pm
"กล้องวงจรปิด" ละเมิดสิทธิหรือป้องกันเหตุร้าย

หากใครเคยไปเยือนเมืองแลงคาสเตอร์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย ของสหรัฐ คงประทับใจกับภาพรถม้าลากเกวียนในเมืองอันแสนสงบ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวอามิช และมีอัตราการเกิดอาชญากรรมค่อนข้างต่ำ โดยเมื่อปีที่แล้ว มีคดีฆาตกรรมแค่ 3 ราย
อย่างไรก็ตาม ในชุมชนที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม กลับมีเทคโนโลยีสมัยใหม่แทรกอยู่ ได้แก่กล้องวงจรปิด CCTV กว่า 165 ตัว ที่คอยสอดส่องดูแลประชากรทั้ง 54,000 คน ตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อการติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ระบบติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ของแลงคาสเตอร์จะมีขนาดใหญ่กว่าเมืองอย่างฟิลาเดลเฟีย ซานฟรานซิสโก และบอสตัน แต่ความเป็นจริงที่ว่า ประชาชนคนธรรมดารับหน้าที่ดูแลระบบดังกล่าว ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"พวกเขาใช้ความกลัวเพื่อขายกล้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการใช้เครื่องมือดังกล่าวในทางมิชอบทั้งในเรื่องส่วนบุคคลและการเมือง" ชาร์ลี คริสเซล สมาชิกกลุ่มต่อต้านกล้องวงจรปิดกล่าว

เจ้าหน้าที่เมืองแลงคาสเตอร์ ระบุว่า กล้องวงจรปิด CCTV สามารถยับยั้งและช่วยคลี่คลายคดีอาชญากรรมได้ โดยมีการติดตั้งกล้องตามยอดเสาในพื้นที่สาธารณะ ย่านธุรกิจ และย่านที่อยู่อาศัยบางแห่ง นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกจากคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยชุมชนแลงคาสเตอร์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร คอยเฝ้าระวัง 18-24 ชั่วโมงต่อวัน และคอยรายงานเหตุการณ์ต้องสงสัยให้ตำรวจทราบ

คณะกรรมการรักษาความปลอดภัย ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 7 คน จะคอยตรวจตราความเรียบร้อย ฝึกอบรมวิธีจำแนกบุคคลที่อาจก่ออาชญากรรมและชี้จุดเกิดเหตุ โดยผู้เฝ้าระวังจะนั่งอยู่ในห้องที่มีจอพลาสมาขนาด 42 นิ้ว 2 จอและจอขนาดเล็กอีก 6 จอ ที่ฉายภาพจากกล้องวงจรปิด พวกเขาสามารถใช้คันบังคับ ควบคุมกล้องให้ขยายภาพหรือเคลื่อนไหวในมุมต่างๆ ได้หากเห็นสิ่งผิดปกติ

"สิ่งที่พวกเขาเห็นโดยทั่วไป คือ ชีวิตประจำวันของผู้คนไปจนถึงการทำธุรกิจ พวกเขาเฝ้าระวังทุกอย่างที่ผิดปกติ" โจเซฟ โมราเลส สมาชิกสภาเมืองแลงคาสเตอร์ และประธานคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อปี 2544 คณะกรรมการรักษาความปลอดภัย แนะนำให้ ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV มูลค่า 2.7 ล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือคดีอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคีธ แซดเลอร์ หัวหน้าตำรวจเมืองแลงคาสเตอร์ สนับสนุนให้ประชาชนคอยตรวจตรากล้องวงจรปิดด้วยตัวเอง เพราะเขาไม่มีกำลังคนที่จะทำงานดังกล่าว เนื่องจากมีตำรวจแค่ 159 นาย น้อยกว่าเมื่อ 2 ปีก่อนราว 20 นาย

"ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่มีใครมีสิทธิทำหน้าที่แทนตำรวจ แต่คุณอาจถูกจับตามองจากคนที่ไม่ใช่ตำรวจมากกว่าที่จะได้รับการจับตามองจากเรา" แซดเลอร์ระบุ

เมืองแลงคาสเตอร์ เกิดเหตุลักทรัพย์น้อยลงตั้งแต่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV แต่จำนวนดังกล่าวก็ขึ้นๆ ลงๆ รวมถึงยอดคดีทะเลาะวิวาท อย่างไรก็ดี แม้จะไม่มีหลักฐานทางสถิติสรุปได้อย่างชัดเจน แต่ตำรวจและคณะกรรมการรักษาความปลอดภัย ระบุว่า กล้องวงจรปิดทำให้เจ้าหน้าที่มีเครื่องมือใหม่ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเมื่อปีที่แล้ว สมาชิกคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยแจ้งตำรวจ 492 ครั้ง พร้อมมอบวีดิโอเทปให้ตำรวจ 305 ครั้ง นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัย 82 ราย ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง 86 ครั้ง และอยู่ระหว่างตั้งข้อหาอีก 18 คดี

นอกจากนี้ ตำรวจยังยกความดีความชอบให้กล้องวงจรปิด CCTV ที่ช่วยคลี่คลายคดีฆาตกรรม หลังชายรายหนึ่งถูกยิงนอกภัตตาคาร แต่กล้องสามารถจับภาพไว้ได้

เมืองขนาดเล็กแห่งอื่นๆ ลงทุนติดตั้งกล้องวงจรปิดด้วยเหมือนกัน แม้ไม่มากเท่าเมืองแลงคาสเตอร์ อาทิเช่น เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ที่มีประชากรราว 73,000 คน ได้เชื่อมต่อเครือข่ายกล้องวงจรปิดสาธารณะ 21 ตัว กับกล้องวงจรปิดที่เป็นของภาคธุรกิจกว่า 200 ตัว และยังมีกล้องในย่านที่อยู่อาศัยอีก 37 ตัว ซึ่งองค์กรไม่หวังผลกำไรจะเป็นผู้ดูแลระบบดังกล่าว

ขณะที่เมืองวิลค์ส บาร์เร ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐเพนซิลเวเนีย มีแผนติดตั้งกล้อง 150 ตัวปีนี้ โดยจะมีองค์กรไม่หวังผลกำไรเป็นผู้ดูแล เทียบกับมหานครลอนดอน ที่มีกล้องรักษาความปลอดภัยกว่า 1 ล้านตัว ซึ่งส่วนใหญ่มีเจ้าหน้าที่ขนส่ง และตำรวจท้องถิ่นเป็นผู้ควบคุมการทำงาน

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยบางราย ตั้งข้อสงสัยว่า ระบบกล้องวงจรปิดช่วยลดอาชญากรรมได้มากน้อยแค่ไหน โดยผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่ากล้องวงจรปิด CCTV ไม่ช่วยลดจำนวนคดีฆาตกรรมในนครซานฟรานซิสโก แต่ช่วยลดคดีย่องเบาและลักทรัพย์ได้ ส่วนผลวิจัยของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก พบว่า กล้องไม่สามารถยับยั้งอาชญากรรมในโครงการที่อยู่อาศัยบางแห่งได้มากนัก

ผลการศึกษาเหล่านี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คริสเซล และนักวิจารณ์คนอื่นๆ คิดว่าความพยายามเหล่านี้ไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงในเมืองเล็กๆ อย่างแลงคาสเตอร์ โดยคริสเซล ยกตัวอย่างเมืองเคมบริดจ์ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่เจ้าหน้าที่ตัดสินใจไม่เพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิด CCTV เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว

คริสเซล และคนอื่นๆ ในแลงคาสเตอร์ ระบุว่า พวกเขาไม่ได้รับเหตุผลอันสมควรในการติดตั้งกล้อง โดยนิค บูทส์ เจ้าของร้านตัดผมที่อยู่ใกล้กับกล้องวงจรปิด มองว่า เจ้าหน้าที่ใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือ

"เมื่อมีความกลัวว่าจะมีภัยคุกคาม ผู้คนก็เต็มใจละทิ้งสิทธิของตัวเอง คุณต้องคิดว่าตอนนี้แลงคาสเตอร์ก็เหมือนกับเรือนจำแบบไม่มีหลังคา แล้วใครล่ะที่เป็นพัศดี" บูทส์ทิ้งท้าย

เว็บไซต์กล้องวงจรปิดของบริษัท : http://www.thaiccd.com
105  หมวดหมู่ทั่วไป / บทความ ข่าวสารด้าน กล้องวงจรปิด CCTV / "Watchmen" เมืองติดกล้องวงจรปิด เราจ้องดูคุณอยู่! CCTV กว่าหมื่นตัวทั่ว กทม. เมื่อ: เมษายน 29, 2012, 01:04:52 pm
"Watchmen" เมืองติดกล้องวงจรปิด เราจ้องดูคุณอยู่! CCTV กว่าหมื่นตัวทั่ว กทม.

“ตำรวจ ได้นำหลักฐานจากกล้องวงจรปิด CCTV มาตรวจสอบพบบุคคลต้องสงสัยและคาดว่าจะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ภายใน 7 วัน”
      
       แม้ว่ากล้องวงจรปิด(Closed Circuit Television-CCTV) อาจไม่ใช่เครื่องมือป้องกันผู้กระทำความผิดหรือการลักลอบวางระเบิดจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี การจี้ ชิงทรัพย์ แต่สามารถเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการติดตามผู้กระทำผิดมารับบทลงโทษได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะติดตั้งกล้องวงจรปิด ณ ที่ใดก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งนั้น
      
       จากคดีใหญ่หลายคดี ที่กล้องวงจรปิดกลายเป็นจิกซอร์ที่สามารถปะติดปะต่อสำนวนคดี เพื่อทำให้การทำงานของตำรวจง่ายขึ้นและคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี เช่นเหตุการณ์ ลอบวางระเบิด 8 จุดกลางกรุงเทพมหาครเมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้ จึงเป็นการชี้ทางให้ตำรวจสืบหาตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนดำเนินคดีกันต่อไป
      
       การนำเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดเข้ามาใช้ในการรักษาความปลอดภัยให้แก่คนกรุงเทพฯ ได้ถูกตั้งคำถามในเรื่องของประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการใช้งาน เพราะอันที่จริงแล้ว เทคโนโลยีระบบกล้องวงจรปิดนี้สามารถบูรณาการเพื่อใช้ประโยชน์ได้มากกว่าเพียงเรื่องของการสอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน
      
       ระบบกล้องวงจรปิดในที่สาธารณะ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นเครื่องมือเสริมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศกิจชุมชน ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในชุมชนของกทม.ระบบดังกล่าวจะช่วยลดภาระงานและจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานตรวจตราความเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งยังใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง คือ ลดพื้นที่ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างของการใช้กล้องวงจรปิดในกรุงลอนดอน สามารถลดจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการจับตัวอาชญากรและผู้กระทำความผิดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
      
      แล้วบ้านเราละ กล้องวงจรปิด อยู่ที่ไหน ใครดูแลบ้าง ที่คุ้นๆกันก็คงจะเป็นตามศูนย์การค้า ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ สำนักงาน หน้าโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม ภายในอาคาร นั่นว่าถึงสถานที่ส่วนบุคคล เจ้าของสถานที่นั้นๆก็รับผิดชอบกันไปและในส่วนของกล้องวงจรปิดตามสถานที่สาธารณะล่ะ เป็นกล้องของหน่วยงานใด ใครเป็นคนรับผิดชอบ เพราะไม่แน่ว่าคนที่กำลังถูกบันทึกภาพอยู่นั่นอาจจะเป็นคุณก็เป็นไปได้กำเนิด
      
       กล้องวงจรปิดความมั่นคง
      
       “จำได้ไหม เมื่อปลายปี 2549 ที่กรุงเทพฯเกิดเหตุร้าย มีการวางระเบิดในหลายๆจุดทำให้กทม.มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดเสี่ยงต่างๆเช่นในเขตดุสิตและพระนคร เราเรียกว่า โครงการศูนย์ความปลอดภัยและบริหารจุดเสี่ยง หรือเรียกกล้องพวกนั้นว่ากล้องความมั่นคงนั่นแหละ” จุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) เล่าถึงที่มาของกล้องความมั่นคง
      
       เริ่มต้นมีการติดตั้งกล้องความมั่นคงในเขตพระนครและเขตดุสิต เพื่อดูแลความปลอดภัยในบริเวณพระตำหนักและบรมมหาราชวัง วังสวนจิตรลดา วังสุโขทัย รวมถึงเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน จำนวน 746 กล้อง ซึ่งมีเครือข่ายควบคุมโดย 67 เครือข่าย เฉลี่ย 1 เครือข่ายจะดูแล 5 กล้อง คือในส่วนการบันทึกภาพและขยายสัญญาณ ต่อมาในปี 2551 เตรียมติดตั้งกล้องเพิ่มอีกกว่า 2,155 กล้อง คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมใช้งานในเดือนสิงหาคม 2552 นี้ รวมก็จะมีกล้องความมั่นคงในบ้านเราประมาณ 3 พันกล้อง
      
       อย่างไรก็ตามในส่วนของการติดตั้งกล้องเพิ่มนี้จะทำให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 38 เขตในกทม. รวมเขตพระนครและเขตดุสิตเป็น 40 เขต จากพื้นที่กทม.ทั้งหมดแบ่งเป็น 50 เขต ในปี 2554 คาดว่าจะมีกล้องความมั่นคงกระจายไปทั่วทุกเขตของกทม. ราว 20,000 กล้อง หลังจากนั้นเมื่อมีการติดตั้งกล้องครบทุกเขตแล้วทางกทม.จะมีการขอความร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีกล้องวงจรปิด เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานีบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อในการขอเชื่อมต่อสัญญาณร่วมกับทางหน่วยราชการเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลเรื่องความมั่นคงและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
      
       “การที่กทม.มีสัญญาณภาพ เราก็พร้อมให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดูแลเรื่องความปลอดภัยของประชาชน อาทิ ทหาร ตำรวจ เพราะเมื่อเกิดเหตุ จะต้องสามารถส่งกำลังไปช่วยให้ได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปราบปรามดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว ในอนาคตเราคงต้องมีการประชุมหารือในเรื่องการส่งสัญญาณให้กับหน่วยงานต่างๆ เพราะเราคงให้ทุกคนที่ขอแชร์ข้อมูลทั้งหมดไม่ได้เพราะมีเรื่องงบประมาณมาเกี่ยวข้อง”
      
       ในอนาคตหลังจากมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดครบทั้ง 20,000 จุดและมีการเชื่อมสัญญาณกับภาคเอกชนต่างๆเพื่อส่งสัญญาณไปยังสถานีตำรวจในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ติดตามคนจากสถานที่หนึ่งไปยังสถานที่หนึ่งได้ นั่นก็ถือว่าเป็นประสิทธิภาพในการทำงานของกล้องวงจรปิดอีกสเต็ปหนึ่ง
      
       “เมื่อก่อนตำรวจทำงานจับโจร ควบคุมเหตุร้าย หรือทราบว่ามีเหตุก็ต่อเมื่อมีคนแจ้งและลงตรวจพื้นที่เอง แต่ตอนนี้สะดวกมากขึ้น เพราะตำรวจไม่ต้องอยู่ในพื้นที่นั้นๆก็สามารถมองเห็นว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นได้ หรือสามารถตรวจสอบย้อนหลังจากภาพที่ถูกบันทึกไว้ได้ อันนี้เป็นประโยชน์ต่อตำรวจมาก เพราะเขามีกำลังจำกัด ไม่สามารถลงตรวจทุกพื้นที่ได้ ก็มานั่งดูกล้องแทนและเห็นภาพเลย และเขาก็มองวิเคราะห์ได้ว่าหากมีบุคคลที่มีพฤติกรรมแปลกๆ น่าสงสัยก็สามารถเตรียมการควบคุมงานด้านอาชญากรรมได้ทันที”
      
       จุมพล บอกอีกว่า การมีกล้องก็เหมือนมาตรการในการปราม เพราะบางคนเมื่อมองเห็นกล้องวงจรปิดก็เปลี่ยนใจ จากที่คิดจะทำผิด ก็ไม่ทำแล้ว
      
       บางเหตุการณ์สำคัญๆหลายครั้งที่เหมือนว่าเจ้ากล้องวงจรปิดจะช่วยงานตำรวจได้ แต่เมื่อไปตรวจสอบพบว่า กล้องเสีย ไม่ทำงาน อาทิ ก่อนหน้านี้มีคดีชาวต่างชาติผูกคอตายบริเวณสะพานพระราม 8 กลายเป็นศพปริศนา เพราะเหลือเพียงศีรษะ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของกทม.แถวนั้น ปรากฏว่าเป็นกล้องรุ่นเก่าขั้นตอนการบันทึกภาพยุ่งยาก และไม่สามารถถ่ายภาพในเวลากลางคืนได้ มิหนำซ้ำยังมาเสียอีก ทำให้ไม่ได้ข้อมูลจากเทคโนโลยีตัวนี้ไปประกอบคดีเลย
      
       ล่าสุดมีคดีใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของเมื่อวันที่ 17 เม.ย. เมื่อมีผู้ใช้อาวุธสงครามถล่มยิงใส่ สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ
       ประชาธิปไตยเมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาหลักฐานตามจับคนร้าย ปรากฏว่ากล้องของกทม.ในบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมใจกันเสีย ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิค
      
       จุมพล อธิบายกรณีนี้ว่า การทำงานของกล้องวงจรปิดเป็นแบบเดียวกันกับฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ หากสัญญาณไฟกระตุกหรือดับไป จะมีผลต่อการทำงานของกล้อง ทำให้ข้อมูลได้รับความเสียหาย ซึ่งไม่สามารถทำงานได้ กรณีนั้นอาจจะเกิดจากการเสื่อมสภาพของกล้องก็เป็นได้ เพราะเรามีการเปิดเครื่องใหม่ก็ทำงานได้ 1 ชั่วโมงแล้วก็อาจะเสียอีก
      
       ปัญหากล้องที่ทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพหลักๆมาจากการกระทำของคน เพราะช่วงที่ผ่านมามีการชุมนุมของคนสองกลุ่มในสถานที่ที่มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ พบว่า มีการเอาถุงดำครอบตัวกล้อง บางกล้องเอาแหงนหน้าขึ้นฟ้า ตัดสายไฟกล้องบ้าง แงะกล่องและทำลายระบบบ้าง ซึ่งจากเหตุการณ์การชุมนุมที่ผ่านมามีกล้องได้รับความเสียหาย 59 กล้อง 18 เครือข่าย ซึ่งปัญหากล้องไม่ทำงานจากฝีมือมนุษย์นี้ก็ต้องเป็นเรื่องที่ต้องระวังด้วย
      
       จุมพล อธิบายเพิ่มอีกว่า การควบคุมดูแลเรื่องกล้องวงจรปิดหลักๆคือหน้าที่ของกทม. ส่วนหน่วยอื่นที่เกี่ยวข้องสามารถขอข้อมูลในส่วนนี้ได้ เช่น ตำรวจขอดูข้อมูลเพื่อช่วยในเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจร การจับกุมตัวผู้ร้าย ทหารขอดูข้อมูลในเรื่องของความมั่นคงของชาติ หน่วยงานราชการที่สำคัญต่างๆ
      
       กำเนิดกล้องวงจรปิดจราจร
      
       เมื่อสอบถามไปยัง พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เกี่ยวกับกล้องตามสถานที่สาธารณะ ได้ข้อมูลมาว่า กล้องมีอยู่ 2 ประเภท อย่างแรกคือกล้องเกี่ยวกับงานจราจร และอย่างที่สองคือกล้องเกี่ยวกับความปลอดภัย ความมั่นคง ซึ่งทั้งสองกล้องก็มีหน้าที่และคุณสมบัติแตกต่างกันไป
      
       สำหรับกล้องจราจร เริ่มต้นการใช้งานเมื่อปี 2536 โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีการติดตั้งเฟสที่ 1 ในจำนวน 16 ทางแยกหลักในเขตกรุงเทพมหานคร อาทิ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และต่อมาเมื่อปี 2539 ได้มีการติดตั้งเพิ่มอีกในเฟสที่ 2 จำนวน 44 ทางแยก ต่อมาในปี 2546 ก็ได้มีการติดตั้งกล้องดูน้ำท่วมอีก 17 แห่ง รวมแล้วทั้งเฟส 1และ2 มีกล้องรวม 88 จุด ซึ่งทั้งสองเฟสนั้นมีศูนย์คุมและดูแลอยู่ที่ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครและกองบังคับการจราจร 02 ต่อมาในปี 2549 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มติดตั้งในส่วนของเฟส 3 อีก 77 ทางแยก ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานในเดือนกันยายน 2552
      
       “สเปกของกล้องดูจราจรยกเว้นกล้องดูน้ำท่วม นะเดินสายด้วย เคเบิ้ลใยแก้ว มีคุณภาพสูง สามารถซูมอิน และซูมเอาต์ หมุนได้ 360 องศา ควบคุมได้จากศูนย์กลางควบคุม ลักษณะการติดตั้งมักอยู่บนเสาสูง หรืออาคารสูง วัตถุประสงค์ก็เพื่อดูแถวการจราจรบนถนน ทางมุมสูง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรโดยเฉพาะ” พล.ต.ต.ภาณุ อธิบายไว้
      
       จุดประสงค์หลักของกล้องดูจราจรก็เพื่อควบคุมและจัดการจราจร เก็บข้อมูลด้านการจราจรและบันทึกสถานการณ์แบบปัจจุบัน (Real Time) ตรวจนับปริมาณการจราจร วัดความยาวแถวคอย (Queue Length)วัดความเร็วและแยกประเภทของยานพาหนะ
      
       พล.ต.ต.ภาณุ อธิบายเพิ่มถึงความสามารถของกล้องว่า “กล้องแต่ละแยกก็ไม่เหมือนกัน บางกล้องใหญ่ บางกล้องเล็ก ถ้าตั้งอยู่ไม่สูงมากก็จะเล็กกว่ากล้องที่ตั้งอยู่บนที่สูงกว่า บางกล้องตั้งอยู่บนยอดตึกอาคารทหารไทยสำนักงานใหญ่ เพื่อดูจราจรแยกลาดพร้าว ความสามารถก็ซูมได้ไกลเป็นกิโลเมตร ดูได้ถึงหน้าห้างเซ็นทรัล อย่างกล้องที่อยู่ตรงแยกราชประสงค์ บนตึกโรงพยาบาลตำรวจ ก็ส่องไปเห็นสะพานลอยที่ประตูน้ำ"
      
       ใหม่ล่าสุดสำหรับกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำมาใช้ในการจราจรนั่นก็คือ กล้องตรวจจับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (Red Light Camera) ซึ่งควบคุมนักซิ่งที่นิสัยไม่ดีชอบฝ่าไฟแดงใน 30 ทางแยกหลักทั่วกรุงเทพมหานคร เริ่มใช้งานแล้วเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2551 นับคร่าวๆก็เกือบ 4 เดือน มีผู้กระทำความผิดราวแสนราย
      
       และเป็นที่โจษจันกันในกลุ่มผู้ขับขี่ที่นิยมการฝ่าไฟแดงไม่ใช่น้อยกับกล้องตัวนี้ เพราะมีหมายหรือใบสั่ง เรียกมาจ่ายค่าปรับ 500 บาทส่งตรงไปถึงบ้าน ซึ่งนั่นก็หมายรวมถึงหลักฐานในการกระทำความผิด คือ ภาพที่บันทึกเอาไว้จำนวน 3 ภาพ ซึ่งทำเอาคนขับเถียงไม่ออกเลยทีเดียว
      
       “คนผิดก็ไม่รู้จะเถียงอย่างไร เพราะเรามีหลักฐานชัดเจน ส่วนสถิติการฝ่าไฟแดงของนักซิ่งก็ลดลง แต่เราก็ไม่ได้พอใจนะ เพราะถ้าจะให้เป็นที่พอใจเลยพอเลยต้องไม่มีผู้กระทำความผิด จากสถิติการตรวจจับพวกนักซิ่งทั้งหลายก็ราวๆแสนรายได้ที่ออกหมายจับไป ส่วนใหญ่จะเป็นรถแท็กซี่ และเป็นช่วงกลางคืนด้วย คนไทยติดนิสัยขับมักง่าย” พล.ต.ต. ภาณุ กล่าวไว้
      
       หากว่าระบบกล้องตรวจจับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรที่บ้านเรายังตามหลังประเทศแถบยุโรปอยู่เยอะ เขาเริ่มมาเป็นหลาย 10 ปี แต่เราเพิ่งเริ่ม อย่างไรก็ดี พล.ต.ต. ภาณุ ก็ย้ำไว้ว่า ประสิทธิภาพและการทำงานมาตรฐานการตรวจจับเดียวกัน
      
       ท่านรองยังกล่าวอีกว่า กล้องดูจราจรแต่ละแยกมี ประโยชน์มากกว่าการควบคุมและแก้ไขปัญหาจราจร เพราะว่ายังเป็นเครื่องมือช่วยบันทึกภาพสนับสนุนงานด้านอาชญากรรมอีกด้วย ซึ่งมีหลายคดีที่กล้องวงจรปิดเข้าไปเป็นตัวช่วยคลี่คลายคดีได้
      
       เมื่อพูดคุยกันถึงประเด็นที่เป็นตัวช่วยในงานด้านอาชญากรรม พล.ต.ต. ภาณุ กล่าวว่า “ในความคิดส่วนตัวนะ กล้องมียิ่งมากยิ่งดี และต้องมีคุณภาพ มีการบันทึกที่ดีหลักๆก็ช่วยในเรื่องการจราจร อย่างที่ลอนดอน เมืองเขามีทุกซอกตึก ทุกมุม ซึ่งแบบนั้นมีผลในเรื่องการปราม เมื่อมีเหตุการณ์ไม่น่าไว้ใจเกิดขึ้นก็สามารถติดตามผู้ต้องสงสัยได้ทันทีเลย ถ้าบ้านเรามีกล้องแบบเขาบ้างก็จะสามารถติดตามคนร้ายได้ เมื่อเกิดเหตุขึ้น เพราะหลบไปซอกมุมไหนก็ต้องเห็น แต่นี่มีไม่ทุกจุดและก็บางจุดก็ดันเสียด้วยยิ่งไปกันใหญ่เลย”
      
       ลอนดอน โมเดล เมืองแห่ง กล้อง CCTV
      
       กล้องวงจรปิด กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการก่อการร้าย การก่ออาชญากรรม การสืบสวนสอบสวน การขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด ฯลฯ ของอังกฤษ โดยประชาชนต้องยอมเอา‘ความเป็นส่วนตัว’มาแลก
      
       สำหรับกล้องวงจรปิดในอังกฤษเริ่มติดตั้งในที่สาธารณะหลังจากที่มีการระเบิดอย่างดุเดือด และบ่อยครั้งระหว่างปี 1992 และ 1993 โดยกลุ่ม IRA (Irish Republican Army)ในเขตธุรกิจการเงินของลอนดอน รัฐบาลได้สร้าง ‘ปราการวงแหวนเหล็ก’ (Ring of Steel) อันประกอบด้วยกล้องวงจรปิด ติดไว้หน้า 8 ประตูทางเข้าออก และต่อมาขยายเป็น 14ป้ายรถยนต์ทุกคนที่ผ่านจะถูกบันทึกและเช็กกับข้อมูลกลางของตำรวจ เพื่อมองหาทุกอย่างที่เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายจราจรและการก่อการร้ายนับแต่ตั้งแต่มีการจัดตั้ง ‘ปราการวงแหวนเหล็ก’ เป็นต้นมา ไม่มีการระเบิดขึ้นอีกเลย ในขณะที่เขตอื่นๆ ของลอนดอนก็ยังถูกระเบิดนอกจากนี้ กล้องวงจรปิด ยังนำไปสู่การจับกุมแก๊งขโมยรถผู้ก่อการร้ายอย่างเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย
      
       เมื่อหลายปีก่อนอังกฤษประสบกับเหตุการณ์ ‘13 วัน นรก’ เมื่อพวกหัวรุนแรงฝ่ายขวา เช่น NEO-NAZI วางระเบิดตะปูใน 3 จุด เพื่อฆ่าคนผิวดำ เอเชียและเกย์ในลอนดอน เหตุการณ์ฆ่าคนไป 3 คน และบาดเจ็บ 129 คน ต่อมาถูกจับได้ก็เพราะภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งมีการติดตั้งกล้อง ไว้ทั่วลอนดอนจำนวนมากมายตำรวจใช้เวลาพันๆ ชั่วโมงดูเทปที่บันทึกไว้จนนำไปสู่การจับตัวคนร้ายได้
      
       ตัวอย่างของเหตุการณ์จับกุมดังกล่าว ทำให้หลายประเทศในยุโรปเริ่มคิดจะเลียนแบบอังกฤษ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายน อังกฤษก็ลงทุนในกล้องวงจรปิดขึ้นอีกมากมายเป็นประวัติการณ์ในสถานีรถไฟ Central London มีกล้องวงจรปิด อยู่ 1,800 กล้อง (ระบบใหญ่สุดในยุโรป)
      
       ในระบบรถไฟใต้ดินมีกล้องวงจรปิด 6,000 ตัว ในจำนวนนี้ 200 ตัวอยู่ที่สถานี Westminster สถานีที่อยู่ใกล้สภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด รอบๆ ตึกสภาผู้แทนราษฎรและบริเวณใกล้เคียงมีกล้องวงจรปิด อยู่ 260 กล้อง มีประมาณการว่าในอังกฤษมีกล้องวงจรปิด ทั้งของเอกชนและภาครัฐรวมกันทั้งสิ้น 4.2 ล้านกล้อง คนอังกฤษโดยเฉลี่ยในวันที่ยุ่งๆ หนึ่งวันหากไปมาในเขตเมือง มีโอกาสที่จะถูกบันทึกภาพโดยกล้องจำนวนมากถึง 300 กล้อง คนอังกฤษยอมรับกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งกล้องในที่สาธารณะ เช่น ตามถนน ใจกลางเมืองอย่างอาจแตกต่างจากคนอเมริกัน หรือคนยุโรปชาติอื่นๆ
      
       เฉพาะในเดือนมกราคม 2004 ตำรวจอังกฤษใช้กล้องวงจรปิด เป็นเครื่องมือในการจับการขโมยสินค้าจากคอนเทนเนอร์โดยบริษัทขนส่ง จับอาชญากรข่มขืน จับฆาตกรหญิงและเด็ก จับคดีปล้นทรัพย์ตลอดจนชนแล้วหนี ฯลฯ อย่างมีประสิทธิภาพ จนการใช้งบประมาณ 200 ล้านปอนด์ ในแต่ละปีเพื่อซื้อกล้องสำหรับ กล้องวงจรปิดของรัฐบาลอังกฤษไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด
      
       ผลการปฎิบัติงานกล้องตรวจจับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (Red Light Camera)
      
       ตั้งแต่ 1 มกราคม – 10 มีนาคม 2552 ส่งหมายเรียกมาทั้งสิ้น 99,205 ฉบับ พนักงานสอบสวน จัดส่งไปแล้ว 80,913 ฉบับ คงค้าง 18,292 ฉบับ
      
       มกราคม 2552 ส่งหมายเรียก 18,199 ฉบับ มารายงานตัว 3,863 ราย (21.22เปอร์เซ็นต์) ยอดค่าปรับ 1,935,200 บาท
      
       กุมภาพันธ์ 2552 ส่งหมายเรียก 34,673 ฉบับ มารายงานตัว 8,951 ราย (25.81 เปอร์เซ็นต์) ยอดค่าปรับ 4,448,000 บาท
      
       1-9 มีนาคม 2552 ส่งหมายเรียก 28,041 ฉบับ มารายงานตัว 5,345 ราย ยอดค่าปรับ 2,672,500 บาท
      
       โดยสรุป 1 มกราคม – 9 มีนาคม 2552 ส่งหมายเรียกไปแล้ว 80,913 ฉบับ มารายงานตัว 18,159 ราย (22.44 เปอร์เซ็นต์) ยอดค่าปรับ 9,055,700 บาท
      
      ************************
       เรื่อง เพลงมนตรา บุบผามาศ
               มาลิลี พรภัทรเมธา
       ภาพ พงศ์ศักดิ์ ขวัญเนตร

บริษัทรับติดตั้งกล้องวงจรปิด http://www.thaiccd.com
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!