กล้องวงจรปิด CCTV | เว็บบอร์ด ศูนย์รวมข้อมูลด้านกล้องวงจรปิด
สิงหาคม 22, 2019, 10:17:37 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ThaiCCD.Com ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ เว็บบอร์ดกล้องวงจรปิด CCTV ^^
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อาชญากรรมน้อยลง ด้วยกล้องวงจรปิด (เทียม)  (อ่าน 8126 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
cctv
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 107

รับติดตั้งกล้องวงจรปิด เขตมีนบุรี CCTV ราคาถูก


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: เมษายน 30, 2012, 11:41:10 pm »



อาชญากรรมน้อยลง ด้วยกล้องวงจรปิด (เทียม)

ในปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร มีกล้องวงจรปิด (CCTV) ติดตั้งกระจายอยู่ในหลายๆ พื้นที่รวมแล้วประมาณ 3,000 ตัว ทั้งนี้เพื่อใช้ในการเก็บบันทึกภาพของผู้กระทำผิดกฎหมายในกรณีต่างๆ และใช้ในการป้องปรามผู้คนให้เกิดความรู้สึกยับยั้งชั่งใจก่อนที่จะลงมือกระทำผิด
      
       นัยว่า แม้ในพื้นที่นั่นจะไม่มีผู้คนหรือตำรวจ แต่กทม. ก็ยังมีดวงตาที่คอยจับจ้องและบันทึกภาพคุณเอาไว้ ดังนั้น ถ้าเกิดคิดจะลงมือทำผิดกฎหมายก็อย่าหวังเลยว่าจะรอด
      
       ถึงแม้ที่ผ่านมาจะมีกล้องชำรุดบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ แต่ก็ไม่รู้ทำไม กล้องเจ้ากรรมที่เสียมักจะเป็นกล้องวงจรปิดที่อยู่ในพื้นที่ที่มีคดีความทุกที
      
       แต่ก็ช่างเถอะ เพราะการมีกล้องวงจรปิดเอาไว้ดูแลสารทุกข์สุกดิบประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่ควรดำเนินการอยู่แล้ว และในอนาคต กทม. ก็หวังที่จะเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิดในเมืองที่มีอยู่ 3,000 ตัว เป็น 20,000 ตัว เพื่อที่ว่า สายตาอันแสนอ่อนโยนของผู้บริหาร กทม. จะได้ส่งผ่านกล้อง CCTV ไปดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง
      
      และในการติดตั้งกล้องเพิ่มในล็อตนี้ ก็จะมีทั้งการ รับติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ที่ใช้ได้จริง และกล้องวงจรปิด CCTV ที่เป็นกล้องหลอกควบคู่กันไป!!!
      
       ใช่แล้ว กล้องหลอกที่แปลว่าสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกล้องวงจรปิด CCTV ทุกประการ แต่ไม่สามารถถ่ายและบันทึกภาพได้
      
       อ้าว...ถ้ามันใช้ไม่ได้แล้ว จะติดไว้ทำไมกันหรือ??
      
       กล้องวงจรปิด CCTV หลอก ก็บอกว่า ‘อย่านะ!’ ได้
        
      
       “การติดตั้งกล้อง CCTV ไม่ว่าจะเป็นกล้องปลอมหรือกล้องจริง ผมว่าน่าจะมีส่วนช่วยป้องปรามการก่อเหตุอาชญากรรมได้”
      
       จ.ส.ต. สิทธิพงษ์ สัตยาภรณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มผู้กำลังศึกษาด้านอาชญาวิทยา ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรม ณ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงทัศนะเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดทั้งหลอกและจริง ที่กทม. กำลังป่าวประกาศว่าจะติดตั้งให้ทั่วกรุงเทพมหานคร ด้วยหวังว่าจะช่วยป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมให้ลดน้อยลง
      
       อย่างไรก็ดี แม้ตำรวจหนุ่มผู้นี้จะออกตัวว่าเป็นแค่นักศึกษาที่ไม่ได้รอบรู้เทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยาโดยตรง กระนั้น ความเห็นของเขาก็น่าสนใจไม่น้อย
      
       “ในมุมมองของอาชญาวิทยา จะมีหลากหลายทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเหตุจูงใจของคนร้ายในการก่ออาชญากรรม ซึ่งในกรณีของการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ กล้องวงจรปิด CCTV นี้ ในความเห็นของผม ผมว่าน่าจะเป็นการป้องปรามเหตุร้ายในทฤษฎีการก่ออาชญากรรมที่ว่าด้วย 'กิจวัตรประจำวัน' นะครับ ใจความหลักๆ ของทฤษฎีนี้ก็คือ คนร้ายมีแนวโน้มจะก่อเหตุอาชญากรรมกับเหยื่อที่ดำเนินชีวิตหรือทำกิจวัตรประจำวันในช่วงเวลาซ้ำๆ อยู่เสมอ เช่น ออกจากบ้านไปทำงาน 6 โมงเช้า และกลับบ้าน 2 ทุ่ม ทุกๆ วัน ผู้ที่มีกิจวัตรซ้ำๆ เช่นนี้ ถือว่าเสี่ยงที่จะถูกคนร้ายจ้องก่อเหตุอาชญากรรมได้”
      
       จ.ส.ต. สิทธิพงษ์ จึงขยายความเพิ่มเติมว่า เพราะการดำเนินชีวิตหรือมีกิจวัตรประจำวันที่จำเจ มีเวลาแน่ชัด จะทำให้คนร้ายวางแผนเวลาที่คิดว่าเหมาะกับการก่อเหตุร้ายได้ง่ายกว่าผู้ที่มีตารางเวลาในกิจวัตรประจำวันไม่แน่ชัด ดังนั้น หลักการขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบรรดา 'สายตรวจ' จึงมักจะขับรถตรวจตราสถานที่ต่างๆ ไม่เป็นเวลา วันนี้ อาจตรวจ 10 โมงเช้า พรุ่งนี้ อาจไปตรวจ 8 โมงเช้า สับเปลี่ยนเวลา ไม่ให้มีความแน่นอน
      
       และการมีกิจวัตรที่คงเดิมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันซึ่งนับว่าเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อนี่เอง เปิดโอกาสให้เจ้ากล้องวงจรปิด CCTV  ได้ทำหน้าที่ป้องปราม เช่น หากโจรวางแผนไว้ว่า เมื่อเจ้าของบ้านออกจากบ้านไปทำงาน กว่าจะกลับก็ 2 ทุ่ม อาจใช้ช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยู่บ้านงัดแงะเข้ามาขโมยของ การมีกล้องติดตั้งไว้ ย่อมข่มขวัญได้บ้างไม่มากก็น้อย
      
      “ผมว่ากล้องวงจรปิดมีส่วนอย่างมากนะครับ ทั้งมีผลด้านจิตวิทยา สร้างความหวาดกลัวให้คนร้ายได้ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมโดยตรงเลย ก็คือ ผมอยู่แฟลต แล้วหน้าห้องของผมจะมีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้ แต่จริงๆ แล้วผมไม่ได้เปิดเครื่องบันทึกภาพหรอกครับ แค่ติดไว้หน้าประตูเฉยๆ ปรากฏว่า มีช่วงหนึ่งที่ผมไม่ได้กลับไปที่แฟลต แต่ห้องก็ไม่มีอะไรผิดปรกติเกิดขึ้น ขณะที่คนอื่นๆ เวลาที่เขาไม่อยู่ห้อง และไม่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้ ห้องของเขาก็มักจะโดนงัดแงะประจำ”
       ใช่เพียงกล้องที่ติดไว้หน้าประตูห้อง แต่นโยบายติดตั้งกล้องจ้องจับคนขับรถฝ่าไฟแดง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การข่มขวัญทำนองว่า 'ระวังกล้องวงจรปิด' นี้ เป็นมุกที่ยังพอขายได้
      “ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ หลังจากมีการออกข่าวว่าติดตั้งกล้องวงจรปิดตามแยกไฟแดง ทำให้ทุกวันนี้สถิติการขับรถฝ่าไฟแดงลดน้อยลงมาก ถึงแม้บางสี่แยกจราจร จะไม่ได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดก็ตาม แต่คนก็กลัวว่าจะมีการซ่อนกล้องไว้ตรงไหน ก็เลยไม่กล้าทำผิดกฎจราจรกัน”
      
       จ.ส.ต. สิทธิพงษ์จึงเชื่อว่า การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้นทั่วกรุง ไม่ว่าจะเป็นกล้องจริงหรือปลอมก็ตาม ย่อมสร้างความอุ่นใจให้คนกรุงเทพฯ ทั้งส่งผลด้านจิตวิทยา ข่มขวัญมิจฉาชีพ ทำให้สามารถป้องปรามเหตุร้ายได้
      
       อำนาจของการจ้องมอง
        
      
       อำนาจในการควบคุมของกล้องวงจรปิดที่มีต่อคนที่คิดจะกระทำผิดนั้น มันน่าจะเกิดมาจากธรรมชาติของคน ที่พอรู้ว่ามีใครกำลังจ้องมองอยู่ ก็จะระมัดระวังตัวเองมากขึ้น และสำหรับผู้ที่คิดจะกระทำผิดนั้น ผู้กระทำก็จะมีการยับยั้งชั่งใจมากกว่าเดิม
      
       “การเก็บภาพเคลื่อนไหวแบบรู้ตัวกับแบบไม่รู้ตัวนั้น มันไม่เหมือนกันหรอก คือการแอบถ่าย หรือถ่ายโดยที่เขาไม่รู้ตัวเนี่ยมันจะมีความเป็นธรรมชาติที่สุด เพราะว่าตัวแบบเขาไม่รู้นี่ว่าโดนถ่ายอยู่ เอาง่ายๆ ถ้าสมมติว่าผมไปถ่ายพิธีกรรมอะไรสักอย่างหนึ่ง อย่างเช่นการเลี้ยงผี ถ้าเขาไม่รู้ว่าเราถ่ายอยู่ มันก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง คือไม่ว่าจะเป็นคำพูดคำจา การปฏิบัติตัว แต่พอรู้ว่ามีกล้อง มีคนมาทำสารคดีปุ๊บ เขาก็จะทำอีกแบบหนึ่ง จะทำให้มันขรึมขลังจริงจังมากยิ่งขึ้น มันถูกเน้นให้น่าเชื่อถือน่าสนใจกว่าเดิม”
      
       ศาสตรา บุญวิจิตร แห่งดอกไม้มีเดียสตูดิโอ ผู้ที่ผ่านงานทำสารคคี และงานภาพเคลื่อนไหวมาอย่างโชกโชน เล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมของคนที่ต้องมาอยู่หน้ากล้อง
      
       “ในแง่ของคนธรรมดานั้นเห็นได้ชัด ถ้าเป็นการพูดคุยหาข้อมูลโดยการไปนั่งกินข้าว กินเหล้าด้วยกันก็เป็นแบบหนึ่ง แต่ถ้าเขารู้ว่าเราตั้งใจมาเก็บข้อมูล มันก็จะเป็นทางการขึ้นไม่เหมือนกับที่นั่งคุยกันตอนกินข้าวเมื่อกี้ ยิ่งถ้ามีกล้องไปจ่อเพื่อบันทึกภาพ ยิ่งเกร็ง การใช้คำแทนคนอื่น คำแทนตัวเองนี่จะระมัดระวังมากขึ้น”
      
       แต่ถึงอย่างไร กล้องวงจรปิด CCTV กับกล้องบันทึกวิดีโอนั้น ก็ยังมีข้อแตกต่างกันอยู่
      
       “มันมีข้อแตกต่างอยู่นิดหนึ่ง สำหรับกล้องวิดีโอทั่วไปนั้น คนจะระวังตัวมากขึ้นอัตโนมัติ เพราะเขาอยากให้ภาพที่ออกมาเป็นอย่างที่เขาอยากให้เป็น คือเขารู้แน่ๆ ว่าหลังจากนี้จะต้องมีคนเห็นภาพที่ถูกบันทึกไว้ในครั้งนี้ แต่กับวงจรปิดนี่ ถ้าไม่ใช่คนที่ทำอะไรผิดก็จะเฉยๆ กับมันนะ เพราะเขาคิดว่า ภาพที่ถูกจับไปมันไม่ได้เอาไปเผยแพร่ที่ไหน อย่างเวลาเราเข้าเซเว่นฯ เราก็รู้ว่ามีกล้องวงจรปิด แต่เราก็เป็นธรรมชาติ ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียนี่ แต่กับคนที่จะทำผิดนี่ เขาคงต้องระวัง เพราะเขาไม่อยากให้ใครเห็นหรอกว่าเขากำลังจะทำอะไร
      
       “กรณีกล้องวงจรปิดหลอกที่ กทม. จะติดนั้น คนที่เห็นกล้องนี่เขาจะไม่รู้เลยนะว่าอันไหนกล้องหลอกหรือกล้องจริง มันก็น่าจะพอช่วยได้ คนที่จะทำผิดก็ต้องระวังตัวขึ้นแน่ๆ แทนที่จะกระทำอุกอาจก็อาจจะต้องเป็นการกระทำแบบแอบๆ มีการวางแผนมากขึ้น แต่ถ้ามีกล้องติดอยู่โต้งๆ นี่พฤติกรรมต้องต่างไปอยู่แล้ว คือเรารู้น่ะว่าสิ่งที่เราทำมีคนดูอยู่”
      
       มีก็กล้องวงจรปิดหลอกดีกว่าไม่มี
        
      
       เรื่องกล้องวงจรปิดหลอกที่จะติดตั้งเพิ่มปนมากับกล้องจริงนั้น ความเห็นอีกฟากหนี่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ความเห็นของประชาชนเดินดินตาดำๆ ที่ต้องเอาชีวิตตนเองไปแขวนไว้กับการดูแลของผู้ปกครองทั้งหลาย
       นิตยา วาพันสุข พยาบาลวิชาชีพ แสดงความคิดเห็นว่า การมีกล้องวงจรปิด CCTV เพิ่มถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตาม จากภาพที่เธอเห็นจากข่าวทำให้รู้สึกว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะถูกนำมาใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว
      
       “ที่ว่าจะติดกล้องหลอก ถ้าหลอกแล้วเนียนๆ ก็ดี แต่กล้องหลอกกับกล้องจริงก็ไม่ควรห่างกันจนเกินไป แล้วในพื้นที่เดียวกันก็น่าจะมีทั้งกล้องจริง กล้องหลอก ปนๆ กัน แต่...จะมีหรือไม่มี ถ้าโจรจะทำ มันก็ทำ แต่ก็คงกลัวมากขึ้น”
      
       นิตยาเรียกร้องต้องการว่า อยากให้ไปติดไว้ตามป้ายรถเมล์หรือตลาดนัด เพราะมีพวกล้วงกระเป๋าเยอะ แต่ถ้าเป็นในซอยเปลี่ยวๆ ไม่ควรใช้กล้องหลอก
      
       ส่วนความเห็นของหนุ่มออฟฟิศคนหนึ่ง ผู้เป็นที่ปรึกษาด้านไอทีให้แก่บริษัทเอกชน เขาบอกว่า การ รับติดตั้งกล้องวงจรปิดจะป้องกันอาชญากรรมได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าสามารถติดตั้งได้ครอบคลุมพื้นที่มากน้อยแค่ไหน
      
       “คนโดยส่วนใหญ่อาจไม่ได้เกรงกลัวมากมายอะไรขณะกระทำผิด สิ่งที่กลัวคือการถูกจับได้และถูกลงโทษ เขาบอกว่า เดี๋ยวนี้ในเครื่องจีพีเอสจะมีการบอกว่าสี่แยกไหนมีกล้องวงจรปิดคอยดักจับรถฝ่าไฟแดงหรือไม่ ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยลดการฝ่าไฟแดงได้
      
       “แต่ผมว่ามีกล้องวงจรปิดหลอกกับกล้องจริงปนกันไม่น่าจะดีนะ เพราะเดี๋ยวก็ต้องมีคนรู้จนได้ว่ากล้องไหนของจริง ของปลอม และผมว่าคงมีพวกอยากลองของแน่ว่าอันไหนจริง อันไหนปลอม”
      
       แต่ก็อย่างที่พูดไว้ตั้งแต่ต้นว่า เรื่องของกล้องวงจรปิดที่จะติดเพิ่มนั้น เป็นเรื่องที่มีก็ดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว ถึงแม้ว่ากล้องนั้นจะเป็นกล้องจริงหรือกล้องหลอกก็ตาม และถ้ามันจะทำให้อาชญากรรมลดลงได้ ก็น่าที่จะลองดู
        
      
       กล้องวงจรปิด CCTV คือ...
        
      
       กล้อง CCTV ย่อมาจาก Close Circuit Television แปลตามตัวที่เป็นที่เข้าใจทั่วกันว่า กล้องโทรทัศน์วงจรปิด เป็นระบบการบันทึกภาพเคลื่อนไหว เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาความปลอดภัย ป้องปราม หรือเพื่อการสอดส่องดูแลเหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ
      
       วอลเตอร์ บรุค เป็นวิศวกรชาวเยอรมันที่ทำการออกแบบและติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งถูกใช้ครั้งแรกในประเทศเยอรมนีปี 2485 จนกระทั่งปี 2511 สหรัฐอเมริกา ถึงได้ทำการติดตั้งวงจรปิดในนิวยอร์ก เพื่อป้องกันการก่อร้าย ตราบจนทุกวันนี้ กล้องวงจรปิดถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบรักษาความปลอดภัยตามสถานที่ต่างๆ
      
       (มีตัวย่อ CCTV อีกตัวหนึ่งที่เป็นที่รู้จักเช่นกัน แต่ไม่เกี่ยวกับกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด เพราะคำนี้ย่อมาจาก China Central Television Headquarters เป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านสื่อโทรทัศน์ของประเทศจีน...อย่าสับสน)

เว็บไซต์กล้องวงจรปิดของบริษัท : http://www.thaiccd.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2013, 01:41:37 pm โดย cctv » บันทึกการเข้า

กล้องวงจรปิด จำหน่าย ติดตั้ง วางระบบกล้องวงจรปิด CCTV ทุกชนิด ในจังหวัดกรุงเทพ บริการเป็นกันเอง มั่นใจได้ในคุณภาพและราคารับประกันตัวสินค้านาน 2 ปีเต็ม โทร 02-543-6905
admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 10:42:46 pm »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
pangya
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2012, 12:07:20 am »

ข้อมูลดีมีประโยชน์ขอบคุณที่นำมาให้อ่านกันครับ  มี กล้องวงจรปิดแบบหลอก ไว้หลอกโจรก็ถือเป็นการป้องกันตัว อีกแบบนึงได้ครับ
บันทึกการเข้า

บริษัทติดตั้ง กล้องวงจรปิด OKAMI CCTV โดยทีมช่างผู้มีประการณ์ จำหน่ายและรับติดตั้ง กล้องวงจรปิด คุณภาพสูงราคาไม่แพง นึกถึงกล้องวงจรปิดต้องคิดถึง OKAMI CCTV กล้องทุกรุ่นใช้เลนส์ Sony CCD ของแท้ สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ okami9000@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!