กล้องวงจรปิด CCTV | เว็บบอร์ด ศูนย์รวมข้อมูลด้านกล้องวงจรปิด
ธันวาคม 15, 2017, 09:23:09 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ThaiCCD.Com ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ เว็บบอร์ดกล้องวงจรปิด CCTV ^^
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Video Compression ของเครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด  (อ่าน 1594 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jee
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2016, 12:32:39 am »

Video Compression ตัวช่วยลดขนาด แต่คุณภาพของภาพกล้องวงจรปิดยังดีเยี่ยม

ข้อมูลของภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งที่เป็นภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ล้วนแล้วแต่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องนำ “เทคโนโลยีการบีบอัดภาพ หรือ Video Compression” เข้ามาช่วย เพื่อลดขนาดข้อมูลภาพ แต่ยังคงคุณภาพของภาพให้ใกล้เคียงภาพต้นฉบับมากที่สุด และยังช่วยทำให้เหลือพื้นที่ในการบันทึกภาพมากขึ้น  ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการบีบอัดภาพที่นิยมนำมาใช้กับกล้องวงจรปิดอยู่ 3 ประเภท ได้แก่
MJPEG หรือ Motion JPEG : เป็นการใช้เทคโนโลยีบีบอัดภาพแบบ JPEG กับภาพแต่ละ Frame แล้วนำมาแสดงผลอย่างต่อเนื่อง ทำให้มองเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว รูปแบบเดียวกับการสร้างภาพการ์ตูน ซึ่งภาพเคลื่อนไหวที่ได้จากเทคโนโลยีนี้จะมีคุณภาพสูง เพราะมีการให้ความสำคัญกับความละเอียดของภาพ แต่ละ Frame เป็นอิสระต่อกัน แต่มีไฟล์ข้อมูลที่หนักส่งผลทำให้การจัดเก็บในฮาร์ดดิสก์ค่อนข้างจะกินพื้นที่มาก ส่วนการส่งผ่านข้อมูลภาพในเครือข่าย LAN หรือผ่าน Internet จะกิน Bandwidth ค่อนข้างมาก

MPEG-4 หรือ MPEG-4 Part 2 : มีหลักการในการบีบอัดหรือลดขนาดของภาพ คือ ส่วนการประมวลผลจะมองภาพเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นกลุ่มๆ ในแต่ละกลุ่มจะประกอบด้วยภาพหลายๆ Frame เรียกว่า Group of Picture(GOP) เริ่มต้นจากการจัดเก็บภาพแรกไว้ก่อน เรียกว่า Key Frame หรือ i-frame จากนั้นจะตรวจสอบย่อยๆ คือ block โดยแต่ละ block ใน key frame เปรียบเทียบกับ frame ถัดๆ ไป คือ p-frame กับ b-frame ว่ามี block ใดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจาก i-frame จึงจะทำการอัพเดทภาพนั้นๆ ด้วยการส่งเฉพาะ block ที่มีการเปลี่ยนไปให้เพื่อจัดเก็บหรือแสดงผลภาพที่อุปกรณ์ปลายทาง อาจจะเป็นเครื่องบันทึก NVR, โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ หาก Group of Picture มีขนาดใหญ่ i-frame จะมีจำนวนน้อย ซึ่งจะช่วยทำให้ Bit rate ลดน้อยลง ระบบจะใช้ Bandwidth น้อยลง
   เทคโนโลยีการบีบอัดภาพแบบ MPEG-4 ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของภาพมากกว่าความละเอียดของภาพ จึงทำให้การดูภาพพร้อมกับเสียงมีความใกล้เคียงกันมาก นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่ในการจัดเก็บเคลื่อนไหวน้อยกว่าแบบ Motion JPEG สำหรับการส่งข้อมูลผ่าน LAN หรือ Internet จะกิน Bandwidth น้อยกว่า
H.264 หรือ MPEG-4 Part 10 : นอกจากใช้เทคนิคแบบเดียวกับ MPEG-4 Part 2 แล้ว เทคโนโลยี H.264 ยังใช้วิธีการสร้างภาพด้วยการแบ่ง block ออกเป็นพื้นที่ย่อยๆ 4x4 pixel แล้วสร้างภาพในพื้นที่ดังกล่าวด้วย pixel รอบๆ บริเวณนั้น ทั้งในแนวตั้ง แนวนอน และแนวทแยง การสร้างวิธีนี้จะช่วยลดขนาดของไฟล์ข้อมูลได้ โดยจะลดขนาดได้ถึง 80% เมื่อเปรียบเทียบกับ MJPEG (Motion JPEG) และลดได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับ MPEG-4 นอกจากนี้ยังมีเทคนิค Motion Compensation ที่สามารถกำหนดขนาดและรูปร่างของ block ได้ เมื่อต้องการค้นหา block ที่เหมือนกันในการส่งข้อมูล motion vector และหากไม่สามารถค้นหา matching block ใน i-frame ส่วนประมวลผลสามารถไปค้นหาจาก block อื่น ๆ ภายใน frame เดียวกันได้ และเพื่อแก้ปัญหาภาพแตกเมื่อแสดงผลจะมีการใช้ Deblocking Filter เป็นการคำนวณหาค่าเฉลี่ยของสีที่บริเวณขอบรอยต่อระหว่าง block แล้วปรับ Pixel ที่รอยต่อระหว่าง block ทำให้ภาพที่ได้มีความเนียนมากขึ้น

แม้จะลดขนาดไฟล์ แต่คุณภาพของภาพยังดีเหมือนเดิม นี่คือ Video Compression
บันทึกการเข้า

กล้องวงจรปิด รับติดตั้งกล้องวงจรปิด กล้องCCTV ในจังหวัดกรุงเทพ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง สนใจติดต่อ 02-543-6905กล้องcctv
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!